เหมือนปากนะ”
“หมาแก่ตัวนี้คือใคร?” โจวอี้หันมาถามเลี่ยหยงป้า
“เขาคือลี่ไห่รุ่ย ผู้ฝึกยุทธ์ระดับบรรพจารย์ยุทธ์จากนิกายอสูรดำ และยังเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสของพวกเขาด้วย” เลี่ยหยงป้าตอบ
เขามีความสุขมากที่ได้เห็นโจวอี้ปะทะกับผู้คนจากนิกายอสูรดำ แล้วคราวนี้พวกโจวอี้ก็จะร่วมมือกับสำนักดาบซูซันและสำนักสดับลมเพื่อต่อต้านนิกายที่ชั่วร้ายเหล่านี้
“นิกายอสูรดำ?”
จิตสังหารวาบผ่านแววตาของโจวอี้ เขาเอ่ยเย้ยหยันว่า “สุนัขจากนิกายอสูรดำ! ตอนที่อยู่ในเยี่ยเฉิงคราวนั้น ผู้แข็งแกร่งระดับผสานเต๋าของแกต่างก็กลัวฉัน ฉันไม่คิดว่าแกที่อยู่แค่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์จะกล้าเห่าหอนต่อหน้าฉัน กินดีหมีหัวใจเสือ[1]สินะ!”
ลี่ไห่รุ่ยตกตะลึง ใบหน้าของเขากลายเป็นสีดำราวกับก้นหม้อ
ในขณะที่เหล่าปรมาจารย์ และบรรพจารย์ยุทธ์คนอื่น ๆ จากนิกายอสูรดำก็เริ่มอยู่ไม่สุข
โจวอี้!
พวกเขารู้ทันทีว่าชายคนนี้คือโจวอี้จากสำนักโอสถ
พวกเขาทั้งหมดรู้เรื่องการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในเยี่ยเฉิง แม้แต่สมาชิกของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงก็ยังจงใจกระจายข่าวนี้ ซึ่งได้สร้างความอับอายอย่างยิ่งให้กับนิกายอสูรดำ
ความแค้นทั้งเก่าและใหม่ของพวกเขาทำให้แววตาของพวกเขาแผ่จิตสังหารไปยังโจวอี้
“สารเลว! แกคิดจริง ๆ เหรอว่าแกได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในโลกผู้ฝึกยุทธ์ แล้วแกจะหยิ่งผยองต่อหน้าเราขนาดนี้ได้ ฉันขอท้าแก แกกล้าไหมล่ะ?!” ลี่ไห่รุ่ยยกดาบขึ้น
“ท