องเจี่ยงซินอี๋เบิกกว้าง “ไป๋ฟาน! เจ้าว่าใครเป็นผู้หญิงไม่ดีนะ! สามี ฆ่าสารเลวนี่เถอะ!”
นางรู้สึกว่าวันนี้ไป๋ฟานแปลกไปมาก เขาสุขุมและเฉยชากว่ากาลก่อน
อวี๋ซ่วยถลึงตา เข่นเขี้ยวพูดกับเจียงผิงอัน “สารเลว กล้าด่าผู้หญิงของข้า วอนตายเสียแล้ว!”
ปราณของยอดฝีมือขั้นกลางระดับเขตแดนปะทุขึ้น
เจียงผิงอันส่ายหัวอย่างจนใจ เจ้าโง่นี่สมควรถูกสวมเขาแล้ว
อวี๋ซ่วยชักกระบี่ เตรียมจะจัดการกับ ‘ไป๋ฟาน’
ตุ้บ!
ตุ้บ ตุ้บ!
เสียงกลองดังขึ้นสามหน สะท้อนใต้นภาโดยพลัน
อวี๋ซ่วยชะงักมือ
นี่คือเสียงกลองสัญญาณรวมพลฉุกเฉินของสำนักเซียนเทียนหลาน ดังหนึ่งหนคือสถานการณ์ทั่วไป สองหนคือสถานการณ์ฉุกเฉิน สามหนคือสถานการณ์ร้ายแรง
เสียงกลองยากจะดังแม้เพียงหน แต่ครั้งนี้กลับดังสามคราติดต่อต้องมีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นแน่
ในสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ ผู้ใดมารวมพลช้าอาจถูกประหารทันทีก็เป็นได้
“นับว่าเจ้าโชคดี ข้าจะปล่อยเจ้ารอดไปสักครั้ง”
อวี๋ซ่วยมิกล้าประวิงเวลา เก็บกระบี่แล้วโอบเอวคอดกิ่วของเจี่ยงซินอี๋ เหินตามทิศเสียงไปทันที
เจี่ยงซินอี๋หันกลับมาถลึงตาใส่เจียงผิงอันอย่างมาดร้าย
เจียงผิงอันนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเหินตามไป
เขาไม่รู้ว่าป่านนี้ ชิวซื่อผิงจะยังดักรอเขาอยู่หรือไม่ เขาจึงมิกล้ากลับไป และใช้ตัวตนของไป๋ฟานกลับภพเซียนผ่านสำนักเซียนเทียนหลานไปก่อน แล้วค่อยกลับสู่สำนักเซียนอวี่หวงในภพเซียน
เขาใช้ศิลาบันทึกเงาเก็บภาพยามชิว