นายจะไปไหนต่อ?” โจวอี้หันมาถาม
“ผมชินกับการรอนแรมไปทั่วโลกแล้ว จะไปที่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก!” จูเก่อฉิวเอ่ยขำ ๆ
“งั้นตามฉันกลับเมืองจินหลิงด้วยกันไหม?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ได้สิ! รบกวนเรื่องอาหารการกินด้วยได้หรือเปล่า?” จูเก่อฉิวถามพลางกะพริบตาปริบ ๆ
“ได้เลย!”
“โอ้ ถ้างั้นก็ไปกัน”
โจวอี้มองหลันเสวียนด้วยสีหน้าลังเล
“ฉันจะกลับเขาเมิ่งหลาน” เธอบอกเสียงเรียบ
“เราจะไปส่งเธอกลับก่อนแล้วค่อยไปจินหลิง” โจวอี้กล่าว
“ไม่ต้องหรอก ฉัน…”
“ต้องไปส่งสิ”
“ก็ได้!”
หลันเสวียนไม่ค่อยได้เห็นเขามีท่าทีหนักแน่นต่อหน้าเธอเช่นนี้จึงยอมทำตาม ลึก ๆ ในใจยังรู้สึกดี ถึงแม้เขาจะเก่งกาจล้ำหน้าไปแล้ว แต่ก็ยังปฏิบัติกับเธอไม่ต่างจากเดิม มันทำให้เธอมีความสุขและปลาบปลื้ม
เที่ยงคืน
โจวอี้กับพรรคพวกมาถึงหมู่บ้านโจวเมี่ยวบนเขาชางหลาง
เขาให้จ้านหลิงอวิ๋นและจูเก่อฉิวพักในบ้านที่เขากับอาจารย์ฉู่เทียนฮุ่ยเคยอยู่ ก่อนจะขับรถมุ่งหน้าไปยังเขาเมิ่งหลานพร้อมหลันเสวียน
รถขับข้ามลำธารบนเขา
หลันเสวียนไม่ได้กลับหมู่บ้านเฟิงหวงทันที แต่ลากโจวอี้มาที่รังรักของพวกเขาในถ้ำใต้หน้าผา
ชายหญิงรักมั่นต่อกันย่อมมีความต้องการเป็นธรรมดา
เที่ยงวันต่อมา
โจวอี้ออกมาจากถ้ำพร้อมสองขาที่ยังสั่นเทา ทำให้เขานึกบางอย่างขึ้นมาได้
ณ หมู่บ้านโจวเมี่ยว
บรรยากาศและผู้คนที่นี่ยังคงคุ้นเคย
หลังจากกลับมาถึงบ้านเดิมของตน โจวอี้ก็พบจ้านหลิงอวิ๋นยืนอยู่หน