่อว่าอย่างไม่สนใจ
“มันมีความหมายที่ไหน ข้าว่าเจียงผิงอันก็ดีมากนะ พวกเจ้าต่างมีร่างศึก มีลูกด้วยกันก็อาจเพิ่มร่างศึกมาเสริมกำลังสำนักเราได้อีก”
เหมียวเสียแทบกระอักเลือด มีบิดาพึ่งพาไม่ได้เช่นนี้ช่างน่าหนักใจจริงแท้
“ช่างมันแล้ว ข้าคร้านเกินจะพูดกับเจ้า เจ้ามาหาข้าเพราะเรื่องอะไรนะ เกิดอะไรขึ้นกับจุลภพเทพโบราณ? สู้กับสำนักเซียนเทียนหลานอีกแล้วหรือ?”
ก่อนหน้านี้ บิดานางเหมือนจะมาบอกว่าจุลภพเทพโบราณเกิดอะไรสักอย่าง
จุลภพเทพโบราณเป็นโลกใบน้อยที่เจียงผิงอันเข้ารับการประเมินยามขึ้นจากภพล่างก่อนหน้านี้
สำนักเซียนอวี่หวงและสำนักเซียนเทียนหลานสู้กันในโลกใบน้อยแห่งนี้เพื่อแย่งทรัพยากรกันมาเนิ่นนาน
เมื่อไม่นานนี้ เหมียวเสียกับหวังหยางร่วมเดินทาง วางแผนตลบหลังศัตรู ทำให้สำนักเซียนเทียนหลานเสียหายอย่างหนัก
สีหน้าของเหมียวจิ่งแปรเปลี่ยนสู่จริงจัง “มิใช่เรื่องของสำนักเซียนเทียนหลานหรอก แต่จุลภพเทพโบราณเกิดการเปลี่ยนแปลงมัจฉาโกลาหลหายไปจากธารทมิฬอย่างเป็นปริศนา และสมุนไพรโอสถ ผลวิญญาณมากมายเหี่ยวเฉาโรยรา สำนักเลยจะให้เจ้าไปตรวจสอบหน่อย”
“ทำไมให้ข้าไปทำเรื่องแบบนี้กัน มิใช่ว่าเจ้าหวังหยางนั่นอยู่ในจุลภพเทพโบราณหรือ”
เหมียวเสียจิบสุรา สีหน้าหงุดหงิดใจ นางเกลียดปัญหาขัดใจเป็นที่สุด
“หวังหยางก็กำลังตรวจสอบอยู่ สำนักเซียนเทียนหลานก็ส่งคนมาตรวจสอบเช่นกัน”
เหมียวจิ่งพูดอย่างเคร่งขรึม “ยามนี้เราสงสัยว่าสม