ธ์ของเซี่ยหลู่จะสูงเกินไป?
อู๋ซินเยว่ยกยิ้มมุมปากก่อนจะพูดว่า “หลู่หลู่เห็นว่านายยุ่งกับการวางแผนโน่นนี่อยู่ทุกวัน กลัวว่านายจะใช้สมองมากเกินไป เธอถึงได้อยากให้นายหลับสบายไง”
“ผมไม่ใช่คนสองหน้านะ” โจวอี้เอ่ยด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“นายเป็นคนฉลาดก็จริง แต่คนฉลาดก็ใช้สมองหนักเกินไปได้นะ! ใช่ไหมล่ะ” เซี่ยหลู่ท้วง
“ฉลาดแถมยังหัวหมอมากด้วย!”
โจวอี้กลอกตามองบน ก่อนจะเดินไปยังครัวด้วยความไม่พอใจ เขาไม่สามารถลงไม้ลงมือหรือบ่นเซี่ยหลู่ได้ นั่นจึงทำให้เขาหงุดหงิดใจมากทีเดียว หลังจากรีบกินดื่มเสร็จเขาก็กลับไปฝึกวิชาที่ห้องรับรองแขก กระทั่งตกดึกจึงออกมาโดยไม่ได้รีบร้อนหาของกิน กลับออกจากคฤหาสน์ไปพร้อมคู่มือเคล็ดวิชา ‘ดาราสถิต’
ณ โรงน้ำชาจินเหมิน
จินฮ่าวเอินและจินฮ่าวเจิ้นนั่งรออยู่ในห้อง แม้กลิ่นหอมจากชาจะตลบอบอวลไปทั่วห้อง แต่พวกเขายังไม่สนใจจะลิ้มรสของมัน
“พี่ใหญ่ อีกห้านาทีจะเที่ยงคืน พ่อหนุ่มสกุลโจวคนนั้นยังไม่มาเลย เขาจะไม่ได้หลอกเราใช่ไหม?” จินฮ่าวเจิ้นท้วงถาม
“ฉันว่าไม่หรอก” จินฮ่าวเอินบอกทั้งที่ยังคงหวั่นใจ
“รออีกห้านาทีแล้วกัน ถ้าเขาไม่มาเราจะกลับกันทันที” จินฮ่าวเจิ้นบอก
“ไม่ต้องห่วงไปหรอก รออีกหน่อย อาจจะ…”
ตอนนั้นเอง ประตูก็ถูกผลักเปิดออก
โจวอี้เดินเข้ามาตามลำพัง เขามองสองพี่น้องที่ลุกพรวดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ปล่อยให้ผู้อาวุโสทั้งสองรอตั้งนาน พอดีผมเสียเวลาพยายามสลัดผู้อาวุโสของสำนักที่รับหน