ก แต่เมื่อเทียบกับความใจกว้างของโจวอี้แล้ว คนพวกนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว
ไม่ว่าจะเป็นโอสถสวรรค์ลุ่มหลงหรือยาเม็ดสวรรค์เร้นลับ ตอนนี้ต่างก็สำคัญกับเขาทั้งสิ้น ถึงขั้นมั่นใจว่ากินยาสองเม็ดนี้เข้าไปแล้วก็สามารถบรรลุได้
“ไม่กลัวว่าข้าได้ยาไปแล้วจะหนีกลับและแกล้งทำไม่รู้เรื่องหรือไง? พอบรรลุระดับผสานเต๋าแล้วจะหนีไปเลยก็ได้ไม่ใช่เหรอ?” หม่าเทียนฝูถามขณะจ้องโจวอี้เขม็ง
“ไม่กลัว ขอแค่คุณมีศัตรูเป็นนิกายเร้นลับก็พอแล้ว” ชายหนุ่มหัวเราะลั่น
อีกฝ่ายนิ่งเงียบไป ก่อนจะคิดได้ทันทีว่าต่อให้ไม่มี ‘ทักษะดาราสถิต’ ต่อให้โจวอี้ไม่ได้เก่งกาจ แต่การติดตามอยู่ข้างโจวอี้ก็ยังเป็นเรื่องดี
เนื่องจากเจ้าตัวเป็นศิษย์สำนักโอสถ มีหรือจะขาดแคลนสิ่งสำคัญที่สุดอย่างโอสถไปได้ ส่วนเขานั้นอยู่ตัวคนเดียว สิ่งที่ขาดมากที่สุดก็คือโอสถเช่นกัน
“ไม่ต้องห่วง ต่อไปข้าจะช่วยเจ้าเอง ขอแค่สนับสนุนทรัพยากรการฝึกให้ก็พอ” หม่าเทียนฝูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจได้ในที่สุด
“แน่ใจเหรอครับ?”
“แน่ใจสิ!”
โจวอี้ยิ้ม เขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องตอบตกลง นอกเสียจากจะเป็นคนโง่เง่าเท่านั้น จะว่าไปแล้ววิธีที่เขาใช้ไม่ได้เป็นการสมคบคิด แต่เป็นการพูดกันอย่างตรงไปตรงมาต่างหาก
ตั้งแต่การช่วยหม่าเทียนฝูจากสถานการณ์ยากลำบาก ก่อนจะเล่าเรื่องราวในชีวิตตนเองให้ฟังเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นใจ ในที่สุดก็ใช้การมีศัตรูคนเดียวกันและเสนอข้อแลกเปลี่ยน อันที่