ี้ยงดูทายาทเสียมากกว่า ทั้งมอบทรัพยากรและสอนสั่งวิชาให้
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่เมตตาโปรดปราน ศิษย์จะมิทำให้ท่านต้องเสียหน้า”
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะ มิได้ถ่อมตนหรือถือตัว ท่าทีของเขาสุขุมเรียบนิ่ง
ก่อนหน้านี้ เหมียวเสียบอกเขาว่าจะให้บิดานางรับเขาเป็นศิษย์แต่เขาไม่ยอมรับเพราะหาแน่ใจไม่
แต่เมื่อผู้อาวุโสท่านนี้เอ่ยปากเอง เขาย่อมไม่มีทางปฏิเสธได้
การมีอาจารย์ก็เท่ากับมีผู้ค ้าจุน ลดปัญหาไปได้มากมาย และยังสามารถตั้งใจฝึกฝนไล่ตามหนทางบรรลุเซียนต่อไปได้ด้วย
เมื่อเห็นท่าทีสุขุมของเจียงผิงอัน เหมียวจิ่งก็ประหลาดใจยิ่ง
ปฏิกิริยาของอีกฝ่ายไม่เหมือนที่เขาคาดเดาไว้
“ก่อนเจ้าจะกราบข้า มีบางเรื่องที่ต้องบอกเจ้าก่อน เส้นทางของข้าพิเศษมาก คนทั่วไปมิอาจเดินได้ ข้าจะไม่สอนวรยุทธ์ของข้าแก่เจ้า”
“ผู้ที่จะสอนเจ้าอย่างแท้จริงจะเป็นเสี่ยวเสียบุตรีข้า นางก็มีร่างศึกเหมือนกับเจ้า”
“หากเจ้าเลือกผู้อาวุโสคนอื่น ผู้อาวุโสคนอื่นอาจฝึกฝนเจ้าได้ดีกว่า เจ้ายังเต็มใจเป็นศิษย์ข้าอยู่อีกหรือไม่?”
อันที่จริง เหมียวจิ่งมิได้อยากรับศิษย์ นี่เป็นเพียงคำขอของบุตรีเขาเท่านั้น
เหมียวจิ่งเดาไว้ว่า บุตรสาวของเขาถึงวัยที่จะคิดถึงบุรุษเพศแล้วจะให้ปริปากเองก็ไม่ง่าย เลยตัดสินใจช่วยนาง
เจียงผิงอันครุ่นคิดครู่หนึ่งก็คารวะเขาอีกครั้ง “เป็นเกียรติของผู้น้อยที่ได้รับความโปรดปรานจากผู้อาวุโส ศิษย์จะตั้งใจฝึกฝนอย่างหนักเพื่อเชิดชูเกียรต