แกดูใจเย็นนะ” หานฉือประหลาดใจ ทั้งที่รู้ว่ามีกับดัก แต่ก็ยังมา อีกฝ่ายนี่ไม่ต่างกับลูกวัวแรกเกิดไม่กลัวเสือ*[1] จริง ๆ
คิดว่ารู้วรยุทธ์เท่าแมวสามขา แล้วตัวเองจะเป็นผู้กอบกู้อย่างนั้นเหรอ น่าขัน!
ยัยนี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน!
หานฉือรังเกียจพวกขี้โอ่ว่าตนเป็นปรมาจารย์เต๋าพรรค์นี้ที่สุด สายตาที่มองหญิงสาวตรงหน้าจึงเต็มไปด้วยความดุร้าย ทันใดนั้น เขาหยิบยันต์ตรึงร่างออกมา แล้วซัดไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ ทำให้เธอไม่อาจขยับหรือส่งเสียงได้
ทันใดกริชพุ่งประชิดเข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้แววตาของไป๋ลู่ยิ่งเข้มขึ้นจนยากจะคาดเดาอารมณ์
เมื่อเห็นดวงตาสีเข้มคู่นั้น หานฉือก็รู้สึกแปลก ๆ ก่อนเผยยิ้มเหยียดเยาะ “อย่าห่วงไป ฉันจะจัดการโดยที่เธอไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย”
กริชอาบไล้ด้วยพลังปราณ เพียงแทงครั้งเดียวก็ทำให้เนื้ออีกฝ่ายถูกเฉือนอย่างง่ายได้
เฝ่ยไป๋ลู่ยังไม่ไหวติงต่อวาจาของอีกฝ่าย ริมฝีปากสีแดงขยับกล่าวว่า “เอาสิ”
หานฉือยิ่งแปลกใจเมื่อเห็นมือของไป๋ลู่ทิ้งลงข้างกาย ชั่วพริบตานั้นยันต์แผ่นหนึ่งพลันทะยานมาโจมตีเขา
“เกิดอะไรขึ้น?” หานฉือต้องการจะขยับตัว แต่กลับพบว่าตนสูญเสียการควบคุมร่างกายไปแล้ว
เขาประคองกริชขึ้นต้าน ขณะนี้ในหัวใจเต็มไปด้วยความสับสน เขามองเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยความหวาดกลัว “เธอแข็งแกร่งกว่าฉันได้ยังไง พลังของเธอ…”
พลังของหญิงสาวตรงหน้า ทั้งทรงพลัง แข็งแกร่งและบริสุทธิ์ไม่น้อย แล้วทำไมก่อ