นหน้านี้ถึงเบาบางและธรรมดาแบบนั้นล่ะ?
เขาประเมินศัตรูต่ำไป!
เมื่อตระหนักได้เช่นนี้ หานฉือก็ตะโกนไปทางฉี่ลี่ในห้องนอน
“เรียกไปเถอะ ต่อให้นายกรีดร้อง ก็ไม่มีใครช่วยนายได้หรอก” เฝ่ยไป๋ลู่ประสานนิ้วเข้าด้วยกัน ถือแผ่นยันต์ไว้ระหว่างปลายนิ้วของเธอ
หานฉือเงียบกริบ “…”
เฝ่ยไป๋ลู่คว้ากริชไปจากมือของเขา
ด้วยการตวัดเบา ๆ กริชคมเล่มนั้นก็จ่อบนคอของหานฉือแล้ว “ทำไมนายถึงอยากโจมตีฉัน”
“ศิษย์พี่หญิงขอให้เรา…” ดวงตาของหานฉือเบิกกว้าง ชายหนุ่มต้องการหุบปาก แต่กลับไม่สามารถควบคุมคำพูดที่เปล่งออกจากปากตัวเองได้ “ศิษย์พี่หญิงขอให้เราเลาะเอ็นเถือหนัง เอาเลือดและกระดูกของเธอไป นี่คือภารกิจที่อาจารย์มอบหมาย”
“อาจารย์ของนายคือใคร ชื่ออะไร?” เฝ่ยไป๋ลู่ถามต่อ
หานฉือตอบ “อาจารย์ของเราชื่อหานซุ่นเซิง เขาเป็นปรมาจารย์เต๋าที่ทรงพลังมากและเชี่ยวชาญวิชาค่ายกล”
หานซุ่นเซิง… ชื่อแปลกแฮะ
แต่…ผู้ที่ต้องการหัวใจและกระดูกเต๋าแต่กำเนิดของเธอจะต้องเกี่ยวข้องกับอาจารย์หลินจากตระกูลเฝ่ยแน่
ว่าแต่หานซุ่นเซิงกับอาจารย์หลินคนนั้นเกี่ยวข้องกันยังไงนะ?
เฝ่ยไป๋ลู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ตอนนี้อาจารย์ของนายอยู่ที่ไหน?”
“ฉันไม่รู้ ฉันไม่ได้เจออาจารย์มานานแล้ว ศิษย์พี่หญิงเป็นคนไปพบท่าน มีเธอที่รู้” หานฉือเหงื่อออกเต็มหลัง
เฝ่ยไป๋ลู่ถามหานฉืออีกครั้ง “ใครคือศิษย์พี่หญิง”
ตอนนี้ใบหน้าของหานฉือซีดเผือด ถึงเขาไม่อยากพูด แต่ก็ยังควบคุม