จเย็น แล้วมองหินหยกที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความตาย
การบ่มเพาะจิตเป็นเรื่องยาก และการปกป้องจิตใจก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าพลังงานแห่งความตายที่ดูดซับไว้ใกล้จะเกินขีดจำกัด หยกซึ่งไม่ต้องการทำลายตัวเองจึงพาเวินสือเหนียนมาหาเธอโดยสัญชาตญาณ
เพียงแต่ว่าการดูดซึมเร็วเกินไปหน่อยมั้ง ภายในไม่กี่วันก็เต็มแล้วเหรอ
ความเร็วนี้เกินความคาดหมายของเฝ่ยไป๋ลู่ไปมาก เธอถือหยกไว้ ขณะที่งูน้อยเขมือบไอพลังนั้นอย่างไร้ความเกรงใจ
ชั่วขณะที่งูตัวน้อยเขมือบ เฝ่ยไป๋ลู่ก็เบิกเนตรหยินหยางเงียบ ๆ เธอสังเกตพลังปราณบนร่างของเวินสือเหนียน
อาจเป็นเพราะการจ้องมองของเธอจริงจังเกินไป เวินสือเหนียนจึงอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมอง และพูดด้วยน้ำเสียงแปลกแปร่ง “คุณกำลังมองอะไรอยู่”
นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูลใหญ่เวิน ชายหนุ่มก็ชินชากับการถูกมองและสายตาที่ผู้คนมองมาที่เขาแล้ว สิ่งเหล่านี้จึงไม่ส่งผลกระทบต่อจิตใจเขาอีก
ทว่าพอไป๋ลู่มองมา เขาก็นับลูกประคำพลาดไปหนึ่งเม็ดเป็นครั้งแรก
เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกว่าการมองหน้ากันระหว่างพวกเขาไม่ใช่เรื่องน่าอาย
ไม่นาน เธอก็ละสายตา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “พลังงานความตายของคุณเยอะขึ้นนะ”
ทั้งที่หยกดูดซับพลังงานความตายเข้าไปมาก แต่ปริมาณกลับไม่ลด ซ้ำยังมีแต่จะทวีคูณไปอีก
เวินสือเหนียนหยุดนับลูกประคำแล้วพูดว่า “โอ้”
แรงกระตุ้นในจิตใจเบาบางเสียยิ่งกว่าผืนน้ำที่นิ่งสงัดเสียอีก