่าจะเป็นหวังซินหรือไม่ก็หานซุ่นเซิง
“คุณเฝ่ย…” ใบหน้าหล่อเหลาของชายคนนั้นสู้แสง ดวงตาสีเข้มของเขาราวกับดาวเคราะห์เย็น
“คุณมาที่นี่ทำไม?” หัวใจของเฝ่ยไป๋ลู่ดิ่งวูบ กระทั่งหมัดก็ยังไม่คลายตัว
เธอมองเวินสือเหนียนด้วยสายตาที่ระมัดระวัง “กำลังตามสืบฉันอยู่เหรอคะ ถึงได้แอบตามฉันมาน่ะ”
“คุณเฝ่ย ดูคุณจะเข้าใจผมผิดอยู่นะ” เวินสือเหนียนหัวเราะ พร้อมหยิบหยกในกระเป๋าออกมา “หยกนี่มันร้อนและขยับตลอด มันถึงพาผมมาหาคุณ”
เฝ่ยไป๋ลู่เงียบ ก่อนจะพูดว่า “ขอโทษ”
เรื่องที่ว่าผู้ชายคนนี้มีความคิดลุ่มลึก และสติปัญญาก็ยากจะหยั่งวัดคงเป็นความจริง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ไป๋ลู่คิดว่าเธอเข้าร่วมงานปาร์ตี้ที่ครอบครัวเวินจัดโดยไม่ได้ตั้งใจ ต่อมาจึงได้ทำความรู้จักกับพ่อลูกตระกูลเวิน แล้วคู่พ่อลูกตระกูลเวินก็แนะนำให้เธอรู้จักกับเวินสือเหนียน ถ้าบอกว่าเขาไม่ได้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ เธอไม่เชื่อจริง ๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม เธอจึงต้องระวังมากขึ้น ไม่อย่างนั้นเธออาจพลั้งตกหลุมพรางที่เขาขุดลงไปก็ได้
“ผมยังคงรอให้คุณรักษาขาอยู่นะ เพราะอย่างนั้นอย่าขอโทษผมเลย” เวินสือเหนียนยิ้มและวางหยกลงในมือของเฝ่ยไป๋ลู่
ปลายนิ้วของเฝ่ยไป๋ลู่แตะลูกประคำซึ่งทั้งเย็นทั้งแข็งบนข้อมือของเขา
ชายหนุ่มเองก็เป็นเช่นเดียวกับหญิงสาว
ประดับรอยยิ้มอ่อนโยนไว้บนใบหน้า ปิดบังกลิ่นอายที่เย็นชา สง่างาม และสันโดษของตน
เฝ่ยไป๋ลู่ถอนมืออย่างใ