เคร่งขรึมขึ้นมาทันที
“ผู้อาวุโสเหมียว เจ้าสำนักมีคำสั่ง เจ้ารับศิษย์มิได้นะ”
เส้นทางบรรลุเต๋าของเหมียวจิ่งพิเศษเกินไป คนทั่วไปมิอาจเดินได้ ซ ้ายังอันตราย เจ้าสำนักจึงห้ามเหมียวจิ่งมิให้รับศิษย์
“ข้ามิให้เขาเดินตามรอยข้าหรอก เดี๋ยวพวกเจ้าก็รู้เอง”
เหมียวจิ่งมิได้สนใจคำสั่งบ้าบออะไรเลย
ผู้อาวุโสทั้งหลายต่างอยากรู้ยิ่ง อัจฉริยะผู้ใดหนอทำให้เหมียวจิ่งผู้นี้ให้ค่ามากนัก
“มาแล้ว”
เหมียวเสียผู้เมามายพลันเงยหน้าขึ้น มองไปทางลานประลอง
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ มองตามไป
สองบุคคลเดินเข้าทางเข้ามา หนึ่งสวมอาภรณ์ดำ ใบหน้าเย็นชาสายตาเยือกเย็น
ชายอีกคนหัวยุ่งเช่นรังนก ใบหน้าสุดแสนตื่นเต้น มองซ้ายมองขวามาเห็นเหล่าผู้อาวุโสก็โบกมือทักทาย
“มิใช่ว่านั่นคือศิษย์จากสำนักเซียนเป่ยฮวงหรือ? ผู้อาวุโสเหมียวจะรับเขาเป็นศิษย์หรือ?”
ผู้อาวุโสบางคนจำได้ว่าหยางหลวนคือศิษย์จากสำนักเซียนเป่ยฮวงที่ย้ายมายังสำนักของพวกเขาเพื่อเรียนวิชามีด
แต่หยางหลวนมาสำนักพวกเขาเพื่อเรียนวิชามีด ขณะที่เหมียวจิ่งใช้กระบี่ มิใช่เส้นทางสายเดียวกัน
หรือจะเป็นศิษย์อีกคนข้าง ๆ เขา?
สายตาของเหล่าผู้อาวุโสเบนมายังเจียงผิงอันที่ข้างกายหยางหลวน
“ดูหนักแน่นไม่เบา คนผู้นี้มาจากตระกูลใดหนอ?”
มีเพียงทายาทตระกูลใหญ่ซึ่งมีพรสวรรค์พิเศษจึงเป็นที่ชื่นชอบของหยางหลวนผู้เย่อหยิ่งได้
“เปล่า เขามาจากภพล่าง” เหมียวจิ่งตอบ
เมื่อทราบที่มาของเจียงผิงอัน ผู้อาวุโสทั