จริง ๆ น่ะเหรอ?” เกาชุนเหลียนถามอย่างสงสัยพลางมองไปยังหยกแกะสลักซุนหงอคงที่อยู่ตรงหน้า
“จะจริงหรือไม่นั้นเราจะได้รู้กันหลังจากนี้แน่นอน” เฉิงกั๋วปินยิ้ม
จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายงานแกะสลักหยกซุนหงอคงสักสองสามรูป แล้วส่งให้เพื่อนที่ชื่อ ‘เฒ่าหลิน’ ผ่าน WeChat
หลังจากรอครึ่งนาที เขาก็เตรียมเปิดวีดีโอแช็ตกับอีกฝ่าย แต่การแจ้งเตือนสำหรับวิดีโอแช็ตกลับเด้งขึ้นมาบนหน้าจอของเขา
“ผู้เฒ่าหลิน ผมรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณรึเปล่า?” เฉิงกั๋วปินถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เป็นไร ว่าแต่รูปที่นายส่งมาให้ฉัน นายถ่ายด้วยตัวเองรึเปล่า แล้วหยกแกะสลักนั้นอยู่ที่ไหน?” เฒ่าหลินถาม
“มันอยู่ตรงหน้าผม…” เฉิงกั๋วปินพูดพลางเล็งกล้องไปที่งานแกะสลักหยกซุนหงอคงแล้วพูดว่า “หยกแกะสลักนี้มีใครบางคนมอบให้ผม ผมอยากให้คุณใช้ประสบการณ์ของคุณประเมินมูลค่าของมันให้ผมที”
“จับกล้องไว้ให้มั่น มืออย่าสั่น…” เฒ่าหลินกล่าว
“อืม…งานชิ้นนี้ยอดเยี่ยมมาก!”
“แต่ฉันแน่ใจว่าปรมาจารย์ที่แกะสลักหยกชิ้นนี้อาจจะกำลังรีบอยู่สักหน่อย ดังนั้นรายละเอียดบางอย่างจึงไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อความงามโดยรวม”
“มันเป็นของดีมาก! ดูเหมือนว่าคนที่มอบให้นายจะมีมิตรภาพพิเศษกับนายสินะ!”
เฒ่าหลินจ้องไปที่หยกแกะสลักผ่านวิดีโอแช็ต มุมปากของเขายกยิ้ม
ทว่าเฉิงกั๋วปินกลับแสดงสีหน้าลำบากใจ
เขามองไปที่หน้าจอ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้ม