งพวกเจ้าหลงตัวเองกันเช่นนี้ พวกเจ้าต้องผ่านความลำบากสักหน่อย จึงเข้าใจว่าตนอยู่ในระดับใด จะได้ปรับตัวเข้ากับภพเซียนได้”
เจียงผิงอันหันไปถามหวังหยาง “ศิษย์พี่หวัง ท่านผู้นี้คือ…”
“เฉิงเฉียง ผู้ดูแลเฉิง หนึ่งในผู้ดูแลของเราสำนักเซียนอวี่หวงในโลกใบน้อยแห่งนี้”
ได้ยินเช่นนี้ เจียงผิงอันก็กุมกำปั้นคารวะทันที “คารวะผู้ดูแลเฉิง”
เฉิงเฉียงไร้อารมณ์ใด ๆ บนใบหน้า
เขาไม่สนใจคนระดับเจียงผิงอันแม้แต่น้อย ที่มาแสดงตัวก็เพราะเห็นแก่หน้าหวังหยางเท่านั้น
“ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าพูดชัดเจนแล้ว เขามีทางเลือกให้เจ้าสองทาง เลือกเอาเองเลย จะเป็นทวารบาลสามร้อยปีหรือสู้ที่ทัพหน้าสิบปี”
เจียงผิงอันดูครุ่นคิด
หวังหยางเสนอ “ศิษย์น้องเจียง เลือกทวารบาลเถอะ แม้การเป็นทวารบาลจะดูไร้หน้าตาในความเห็นเจ้า แต่ก็ปลอดภัยกว่านะ”
“หากเจ้าไปทัพหน้า ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า…”
หวังหยางไม่พูดต่อ ด้วยคาดว่าเจียงผิงอันก็น่าจะเข้าใจ แม้เขาจะมีพลังต่อสู้ในระดับหนึ่ง ก็ยังมีความต่างชั้นมหาศาลในภพเซียนอยู่ดี
หวังหยางเองก็พูดอยู่นาน กว่าจะช่วยเจียงผิงอันให้ได้โอกาสเป็นทวารบาลมา
เจียงผิงอันครุ่นคิดครู่หนึ่ง จึงตอบว่า “ข้าไม่เลือกทั้งสองอย่าง”
หวังหยางนิ่งไป “เจ้าจะกลับสู่ป่าเขาหรือ? ยามนี้เจ้าเหลือลำพังหากออกสัญจรคนเดียว ต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่ ๆ”
เฉิงเฉียนหัวโล้นแค่นเสียงเย้ยทันที “เป็นทวารบาลแล้วทำร้ายศักดิ์ศรีเจ้าหรือ? ยังไม่ตื่นจากฝั