ะไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไป
และหยางจื่อเฉียง…
จินฉานชำเลืองมองหยางจื่อเฉียงที่กำลังแสดงสีหน้าอาฆาตแค้น และแอบถอนหายใจ
หากข่าวในวันนี้แพร่ออกไป เกรงว่าหยางจื่อเฉียงคงจะเสียชื่อเสียง และความอัปยศนี้จะติดตัวเขาไปตลอดชีวิต
จู่ ๆ จินฉานก็รู้สึกโชคดีที่เขาไม่ได้ถูกทำร้ายหรือดุด่า ไม่เช่นนั้นแม้ว่าวันนี้เขาจะไม่ตาย แต่ก็คงมีอารมณ์ที่ไม่ได้ดีไปกว่าหยางจื่อเฉียง
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง โทรศัพท์มือถือของจินฉานก็ดังขึ้น เมื่อเขารับสายและฟังอีกฝ่าย สีหน้าของเขาก็แปลกไปในทันที
เขาวางสายและมองไปที่หยางจื่อเฉียงผู้ไม่พูดอะไรสักคำและกำลังสูบบุหรี่ เขาพูดด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว “ปัญหาครั้งนี้ใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก ดังนั้นจงลืมมันไปซะ! เราควรคิดซะว่าเหตุการณ์ในวันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น สำหรับตระกูลหลี่ว์… มันจะดีที่สุดถ้าพวกเขามาที่จินหลิงเพื่อแค่เก็บศพไปอย่างเดียวเท่านั้น ไม่อย่างนั้นชะตากรรมของตระกูลหลี่ว์จะยิ่งอนาถมากกว่าเดิม”
“มันเป็นใคร?” ทันใดนั้นหยางจื่อเฉียงก็ยืนขึ้น
“สำนักโอสถ โจวอี้” จินฉานพูดอย่างขมขื่น
“ก็แค่สาวกของสำนักโอสถ แล้วไงล่ะ? กล้าทำให้ฉันอับอาย ฉันจะต้องทำให้มันชดใช้อย่างสาสม ฉันไม่เชื่อว่าสำนักโอสถจะกล้าฉีกหน้าตระกูลหยางของเราเพราะไอ้สารเลวนี่!” หยางจื่อเฉียงตะโกนพลางกำหมัดแน่น
“ถ้านายคิดจะแก้แค้นเขาคนนี้ เกรงว่ามันคงจะเป็นสำนักโอสถที่ทำให้ตระกูลหยางยอมฉีกนายออกจากตระกูลซะมากกว่า” จินฉ