ได้ไหมที่คฤหาสน์หลังนั้นจะสร้างด้วยอิฐทองคำ?
เชาหมิงคุนมองท่าทางของโจวอี้ดูที่งุนงง เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “น้องโจว คฤหาสน์บนยอดเขานั่นน่ะไม่ธรรมดา มันเป็นคฤหาสน์ที่มีสามชั้นเหนือพื้นดิน และมีชั้นใต้ดินอีกสองชั้น มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 4,800 ตารางเมตร ยิ่งไปกว่านั้น ลานหน้าคฤหาสน์ยังมีขนาดเท่าสนามฟุตบอลและนั่นยังไม่รวมลานจอดรถ มันเรียกได้ว่าเป็นคฤหาสน์อันดับต้น ๆ ในเซินเจิ้น ไม่สิ เรียกว่าวังจะเหมาะกว่า”
“คฤหาสน์ใหญ่ขนาดนั้น อยู่แล้วจะไม่เหงาเหรอ?” โจวอี้พูดด้วยรอยยิ้มขมขื่นพลางส่ายหัว
“เหงา? จะเหงาได้ยังไง? คนที่สามารถซื้อคฤหาสน์หลังนั้นได้ก็แสดงว่าไม่ได้ขาดเงินแน่นอน เพราะงั้นไหนจะจำนวนแม่บ้าน คนรับใช้ คนขับรถ คนสวน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกันในคฤหาสน์ก็คงไม่ต่ำกว่าสิบคนแล้วล่ะ การอยู่ที่นั่นคือการใช้ชีวิตแบบราชา!” เชาหมิงคุนหัวเราะ
“สุดยอด!” โจวอี้กล่าวชม จากนั้นยิ้มและถามว่า “พี่เชา คุณก็น่าจะซื้อได้ ทำไมคุณไม่ซื้อมันล่ะ?”
“ฉัน? ฉันสามารถซื้อได้จริง ๆ นั่นแหละ แต่เงินส่วนใหญ่ของฉันเอาไปลงทุนในธุรกิจ ฉันไม่สะดวกเหมือนกันนะถ้าต้องควักเงินสดจำนวนมากขนาดนั้นเพื่อซื้อคฤหาสน์หรูราคา 888 ล้าน” เชาหมิงคุนกล่าวด้วยรอยยิ้มแห้ง
โจวอี้ได้แต่ยิ้มและไม่พูดอะไร
เขาเองก็สามารถซื้อคฤหาสน์หลังนั้นได้ แต่เขาไม่ได้อาศัยอยู่ในเซินเจิ้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีคฤหาสน์หรูหรา