บทที่ 393 ภาพลักษณ์พังทลาย
ตีสาม
เยี่ยป๋อซางกลับมาพร้อมกับร่างที่อาบไปด้วยเลือด
แม้จะสูญเสียแขนไปข้างหนึ่งซึ่งทำให้พลังต่อสู้ลดลงไปมาก แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ยังหาใช่ต่ำเตี้ย แม้ว่าฉินหลาง ผู้อาวุโสขององค์กรเพลิงคลั่งจะหนีรอดไปได้ แต่สมาชิกคนอื่น ๆ ขององค์กรเพลิงคลั่งทั้งหมดถูกกำจัดจนเรียบ ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากความร่วมมือจากผู้ฝึกยุทธ์ของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง
ทางด้านของโจวอี้ ตอนนี้เขากำลังสอบถามสาเหตุของเรื่องราวทั้งหมด
“ลูกปัดโบราณคืออะไร?” โจวอี้ถามหลินเจียรุ่ย
“อันนี้แหละ”
หลินเจียรุ่ยหยิบลูกปัดทรงกลมสีน้ำนมออกมาและพูดด้วยสีหน้าขมขื่นว่า “ว่ากันว่ามันคือพระธาตุของพระโพธิสัตว์ที่เหลือจากการนิพพานของพระโพธิสัตว์สมัยยังมีชีวิต ถ้าใครสวมใส่มันไว้บนร่างกายนานเข้า มันจะทำให้คนผู้นั้นมีหัวใจและกระดูกบริสุทธิ์ดุจดั่งของพระโพธิสัตว์ และจะสามารถบรรลุเป็นพระโพธิสัตว์ได้ในอนาคต แต่ตอนนี้ ฉันคิดว่าไอ้สิ่งนี้คือที่มาของภัยพิบัติมากกว่า”
โจวอี้หยิบลูกปัดมาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหัวและยิ้มอย่างขมขื่น
ลูกปัดสีขาวน้ำนมนี้มีกลิ่นหอมจาง ๆ มีผลทำให้สดชื่น แต่มันไม่ใช่พระธาตุของพระโพธิสัตว์สมัยยังมีชีวิต โจวอี้เคยเห็นพระธาตุของพระโพธิสัตว์มาแล้ว เพราะฉู่เทียนฮุ่ยอาจารย์ของเขามีอยู่ในมือหนึ่งองค์
เห็นได้ชัดว่าหลินเจียรุ่ยถูกนายน้อยตระกูลหนิวหลอก
“หัวหน้าจาง คุณจะทำยังไงกับคนในตระกูลหน