ยชีวิตของเจียงผิงอันแตกสลาย ก็คงทำปากแข็งมิได้แล้ว
ขณะเดียวกัน เจียงผิงอันใช้ยันต์เคลื่อนย้ายมายังโถงสีทองแห่งหนึ่ง
“ไฉนจึงเป็นผู้ฝึกตนซึ่งบรรลุเพียงเคล็ดพลังไปได้ ผู้ฝึกตนขอบเขตนี้มาจะมีประโยชน์อะไร”
หนึ่งเสียงบ่นอุบลอยมาปราชิดโสต
ที่มาของเสียงคือชายผู้หนึ่งซึ่งนั่งตรงหน้าโถงหลัก
ชายผู้นี้แผ่ปราณมหาเต๋า น่าจะเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตพ้นพิบัติผู้หนึ่ง
ชายผู้นั้นจ้องเจียงผิงอันด้วยท่าทีขยะแขยง ราวเห็นอาจมกองหนึ่งตรงหน้า
ชายผู้นั้นนำพู่กันออกมา ถามด้วยภาษาของภพเซียน “ชื่ออะไร?”
เจียงผิงอันได้เรียนภาษาภพเซียนแล้วเมื่อสองสามเดือนก่อนจากม้วนหยกสอนภาษาที่เสี่ยวเซียงขอจากหลัวซู่
ด้วยพลังวิญญาณของเจียงผิงอัน การเรียนภาษาบรรลุได้ในพริบตา
“เจียงผิงอัน”
เจียงผิงอันตอบอย่างสุขุม
ชายผู้นั้นใช้พู่กันเขียนชื่อของเจียงผิงอันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสะบัดมือโยนป้ายหยกแสดงตัวให้กับเจียงผิงอัน
“ภายหน้า เจ้าจะเป็นศิษย์ในนามของสำนักเซียนอวี่หวง หากคิดเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ เจ้าต้องผ่านการประเมินก่อน”
“เนื้อหาการประเมินง่ายมาก ขณะนี้สำนักเซียนอวี่หวงกำลังปราชันแย่งภพแห่งใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบกับสำนักเซียนเทียนหลาน ขอเพียงเจ้ารอดในสงครามสามร้อยปี เจ้าก็จะได้เป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ”
ได้ยินเช่นนี้ เจียงผิงอันก็จังงังอย่างชัดเจนไปครู่หนึ่ง
นี่การประเมินหรือ? มิใช่เกณฑ์คนไปตาย?
บททดสอบของสำนักเซียนอวี่หวงเป็นปริศนาในภพบ