เมื่อเมิ่งจิงกินผลอัสนีโกลาหลเข้าไป อัสนีโกลาหลเจ็ดสีสายหนึ่งก็ปรากฏเหนือหอตำราเทียนเต้า ปราณอันทรงพลังแผ่กระจายเป็นหมื่น ๆ ลี้ ประหนึ่งอัสนีเซียนปรากฏสู่โลกหล้า
นิมิตนี้ยืนยาวตลอดเดือน แล้วจึงสลายไป
เมิ่งจิงพัฒนาเป็นร่างเซียนอัสนีโกลาหลได้สำเร็จ การโจมตีจากนางบรรจุกฎโกลาหล แข็งแกร่งกว่ากาลก่อนหลายเท่าตัว
ในระหว่างนี้ เรื่องที่เกิดในหอตำราเทียนเต้าแพร่ไปทั่วโลกหล้าผู้ฝึกตน
“เจียงผิงอันกับเจียงเมี่ยวอี พ่อลูกคู่นี้มันปีศาจร้ายอะไรกัน พวกเขาสองคนฆ่ายอดฝีมือขอบเขตบูรณาการไปเป็นร้อย!”
“สองคนนี้เป็นมารร้าย! ฆ่ายอดฝีมือเผ่ามนุษย์ไปมากมายเช่นนี้หากเผ่าอื่น ๆ บุกมาจะทำเช่นไร? มารร้ายทั้งสองนี่ ทุกผู้ต้องร่วมปราชาทัณฑ์!”
“แน่จริงก็ไปพูดใส่พวกเขาซึ่งหน้าสิ”
“เหลาจื่อยังไม่มีคู่บำเพ็ญ ไร้ทายาท มิกล้าหรอก”
ศึกนี้สะท้านทั่วโลกา ผู้คนมากมายก่นด่าประณามเจียงผิงอันและเจียงเมี่ยวอี
ขุมกำลังบางแห่งคิดผูกมิตรกับเจียงผิงอัน จึงพากันช่วยพูดแก้ต่างให้
กระทั่งแดนศักดิ์สิทธิ์เฮ่าเยว่และเทวนิกายสุริยันที่รุมโจมตีเจียงผิงอันอยู่ก่อนหน้านี้ยังเริ่มพูดอะไรดี ๆ อ้างว่าพวกเขาก็ถูกหอตำราเทียนเต้าและแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อหลอกลวง พวกเขาก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน
ส่วนขุมกำลังเหล่านี้ถูกหลอกจริงหรือไม่ มีเพียงพวกเขาที่ทราบแก่ใจ
ท่ามกลางข่าวลือ เสียงแก้ต่างจากขุมกำลังใหญ่มากมาย เจียงผิงอันก็ได้ชื่อเสียงคืนมา ขณะที่หอตำร