แล้ว!
โดยเฉพาะเจียงเมี่ยวอีนั่น อายุยังไม่ทันครบร้อย ก็ถึงขอบเขตบูรณาการ น่ากลัวเสียยิ่งกว่าเจียงผิงอันอีก
หากนางเติบโต ใครในหล้าจะหยุดนางได้?
“ยังมีผู้อื่นอีกหรือไม่?” เจียงผิงอันชำเลืองขุมกำลังปรปักษ์ทั้งหลาย ยังฆ่าไม่สาแก่ใจเลย
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งซึ่งมองการต่อสู้อยู่ตะโกนขึ้น “เจียงผิงอัน! เจ้าทำเกินไปแล้ว ยอดฝีมือมนุษย์ขอบเขตบูรณาการหนึ่งในร้อยถูกเจ้าฆ่าไม่เหลือแล้ว!”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่หมายความเช่นไรต่อเราเผ่ามนุษย์? นี่จะทำให้เผ่ามนุษย์ทั้งเผ่าอยู่ในอันตราย! หากเผ่าอื่น ๆ มาโจมตี เราเผ่ามนุษย์จะเผชิญอันตราย!”
คนอื่น ๆ ผสมโรงทันที “ใช่เลย ต่อให้มีความแค้นต่อกัน เจ้าก็เมินสถานการณ์ภาพรวมไม่ได้นะ คนตายมากมายเพียงนี้ ความแข็งแกร่งของเผ่ามนุษย์ก็จะอ่อนลง!”
“หากเผ่ามนุษย์เกิดวิกฤติ พวกเจ้าพ่อลูกก็จะเป็นคนบาป…”
“ฮ่า ๆ”
เจียงผิงอันพลันหลุดหัวเราะ ขัดจังหวะเสียงด่าทอของผู้ฝึกตนทั้งหลาย
ชายชราผู้กล่าวโทษเจียงผิงอันกล่าวเสียงเข้ม “หัวเราะอะไร? ตาเฒ่าผู้นี้พูดถูกหรือไม่? ข้ามิได้เคืองแค้นอะไรเจ้า แค่พูดอย่างเป็นกลาง”
“กลางมารดาเจ้าสิ!”
เมิ่งจิงซึ่งอยู่ไม่ห่างไปนักก่นด่าอย่างเดือดดาล “ยามเจ้าท่อนไม้ของข้าถูกรุมล้อม ใส่ความ ลอบโจมตี ทำไมเจ้าไม่ออกมาพูดอย่างเป็นกลางสักคำ? ยามนี้ออกมาผายลมอะไร!”
สีหน้าของชายชราแข็งค้าง
“ทำไมไม่พูดอีกล่ะ เจ้าแก่ไม่ยอมตาย? ลองทำตัวอาวุโสเข้าข่มอีกสิ!” เมิ่งจึงหั