ฉางซุนหาวร่ายรำยอดสมบัติ ฟาดฟันเข้าใส่หอคอยสยบเซียน
สตรีทั้งสามไม่มีทางมีทรัพยากรมากมาย ไม่มีทางคงสภาพมหาค่ายกลได้นานหรอก
หอคอยสยบเซียนต้องพังลงในไม่ช้าก็เร็ว
เป็นไปตามคาด ค่ายกลรอบหอคอยสยบเซียนไม่โจมตีแล้ว ทำเพียงคงสภาพการป้องกัน
ด้วยโทสะ ฉางซุนหาวจึงออกกระบี่ฟาดฟันใส่อักขระรายล้อมหอคอยสยบเซียน
เมื่อกาลผ่าน อักขระก็ยิ่งแผ่วจาง
ขณะที่อักขระป้องกันกำลังจะสลายนั้นเอง กระบี่เล่มหนึ่งซึ่งแผ่ปราณมารรุนแรงก็พุ่งออกจากหอคอยสยบเซียน ทั่วฟ้าดินพลันปกคลุมด้วยความมืด วังเวงหม่นหมอง
กระบี่มารนี้พุ่งตรงเข้าใส่ฉางซุนหาว
ดวงตาของฉางซุนหาวเบิกกว้างอย่างตกใจ
ศาสตราเซียน!
กระบี่เทวมาร!
เป็นไปไม่ได้!
กระบี่เทวมารเสียหายไปแล้วชัด ๆ จะโผล่มาในสภาพสมบูรณ์ได้เช่นไร?
แต่นี่คือกระบี่เทวมารแน่ ๆ เขาเคยเห็นมันมาก่อน!
ยิ่งกว่านั้น คลื่นพลังเซียนจากมันมิอาจปลอมแปลงกันได้
ความเศร้าหมองและโทสะในใจฉางซุนหาวถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้น
แม้จะไม่รู้ว่ากระบี่เทวมารคืนสภาพได้อย่างไร มันก็ถูกซ่อมแล้วจริง ๆ
แต่เพราะขอบเขตของผู้ควบคุมกระบี่นี้ต ่าเกินไป จึงมิอาจแผลงฤทธิ์แท้จริงของมันได้เลย
อีกฝ่ายโยนศาสตราเซียนออกมาเช่นนี้ ก็มิต่างจากโยนให้เขา!
นางโง่เอ๊ย ถึงกับใช้ศาสตราเซียนเช่นนี้
“ฮ่า ๆ”
ฉางซุนหาวเชิดหน้าหัวเราะลั่น ลืมความตายของผู้อื่นไปชั่วขณะ
เขาหลบการโจมตีของกระบี่เทวมารอย่างง่ายดาย ก่อนจะเอื้อมมือคว้าด้ามกระบี่อย่าง