บต ่าสักคน
“ช่างเถอะ เรื่องเป็นอดีตไปแล้ว”
เจียงผิงอันเอ่ยปากขึ้นก่อน
แดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนต้อนรับขับสู้กันเพียงนี้ หากยังไล่บี้เอาความกันอีก ก็จะเป็นการไม่ไว้หน้ากันอย่างแท้จริง
ซูไห่ถีบซูเหยียนออกไป “สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะแห่งยุคสมัย ใจกว้างยิ่งนัก ใครก็ได้ น าเมรัยถนอมจิตมาอีกไห!”
ปกติแล้วเขาไม่อาจได้ดื่มเมรัยถนอมจิต ยามนี้เมื่อมีแขกมา ก็คงน่าเสียดายแย่หากไม่ฉวยโอกาสนี้ดื่มสักครั้ง
ไม่ว่าอย่างไร นี่ก็คือทรัพยากรของส านัก ส านักเป็นผู้จ่าย ไม่ได้สะเทือนทรัพยากรของเขา
ใช้ทรัพยากรของส านักมาดื่มด ่าเป็นรางวัลชีวิตสักหน่อย
“สหายเต๋าเจียงอายุน้อยอนาคตไกล หากมีสิ่งใดอยากให้ช่วยก็บอกได้เลย มิต้องเกรงใจเรา เราแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนจะสนับสนุนอย่างเต็มที่”
ซูไห่รินเมรัยถนอมจิตให้ตนเองจอกหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงละเลียดจิบ
“มีเรื่องอยากรบกวนสักเล็กน้อย ข้าอยากท าลายตระกูลฉางซุนผู้อาวุโสทุกท่านช่วยได้หรือไม่?”
เจียงผิงอันเอ่ยปาก
สีหน้าของซูไห่ชะงัก เมรัยในมือสิ้นความหอมหวานเฉียบพลัน
เจ้าเด็กนี่ฟังไม่ออกหรือว่าเขาพูดแค่เป็นมารยาท ไฉนจึงถือเป็นจริงเป็นจัง?
อีกอย่าง นี่รบกวนเล็กน้อยตรงไหน?
ตระกูลฉางซุนนั่นคือหนึ่งในตระกูลผู้ก่อตั้งหอต าราเทียนเต้าเลยนะ
คราวนี้ควรท าเช่นไร? บอกว่าเขาแค่พูดเล่น? งามหน้าเกินไปแต่หากจะให้ช่วยก็ไม่คุ้มค่ากัน
เชิญเจียงผิงอันมากินดื่มด้วยกันได้ แต่หากจะให้ช่วยกันจริง ๆพวกเข