ณาการอย่างข้ายังมองตามไม่ทัน!”
“สตรีผู้นี้ไม่ธรรมดายิ่ง ใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์ง่ายราวกระดิกนิ้วนางเป็นใครกัน”
“ในเคหาสน์เทพจันทรา มีสตรีเพียงหนึ่งที่มีพลังต่อสู้เช่นนี้ ซึ่งก็คือบุตรีของเจ้าเคหาสน์เทพจันทรา เถียนซี”
“เถียนซี? ข้าเคยได้ยินว่าสตรีผู้นี้งดงามตรึงจิต แต่ปรากฏว่านางกลายเป็นผีร้ายเช่นนี้ไปแล้ว!”
เมื่อทราบว่าสตรีผู้นี้คือเถียนซี หลายบุคคลที่เคยได้ยินเรื่องของนางก็นึกเสียดาย
ยามนี้ ร่างกายของเถียนซีเป็นสีเทา แขนหนากว่าเรือนกาย ที่อกหย่อนยานยังมีแขนงอกอีกสองข้าง ราวเอาชิ้นส่วนบุคคลมาแปะติดกัน ไม่เหลือเค้าความงามดั้งเดิม
“แต่ก็นะ พลังการกลายพันธุ์นี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว เถียนซีถึงกับสู้เสมอผู้อาวุโสท่านนี้ได้!”
“นั่นสิ เป็นการโจมตีธรรมดาแท้ ๆ แต่การโจมตีของเถียนซีแข็งแกร่งกว่าใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์เสียอีก”
“หากเถียนซีเอาชนะผู้อาวุโสท่านนี้ได้ ข้าก็จะเข้าร่วมกับเคหาสน์เทพจันทรา ถึงจะอุบาทว์ แต่ข้าอยากได้พลังมากกว่า!”
ทุกผู้ที่นี่ต่างตกใจกับพลังของเถียนซี มีกระทั่งบางคนที่โหยหาอยากได้พลังนี้
เจียงผิงอันนั่งอยู่ไม่ห่างไปนัก ขณะรักษาบาดแผลก็จ้องมองการต่อสู้ของทั้งสอง แล้วร่างของทั้งคู่ก็ปรากฏในมโนสำนึก
พลังแห่งจินตภาพเป็นพลังที่เขาปลุกขึ้นได้ที่ผาสำนึกผิด ณศาลาหลักเติงเซียน สามารถสะท้อนภาพการต่อสู้ที่เห็น สู้กับพวกเขาในใจได้
หากคู่ต่อสู้มีอำนาจกฎเกณฑ์ที่เขาต้องการ ระหว่างต่อสู้กัน เข