ิบเอ็ด
ยิ่งกว่านั้น แม้เจียงผิงอันจะโชคดีพอติดแปดสิบอันดับแรกจริง ๆเขาก็อาจมิสามารถได้ผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะมาก็ได้
เพราะรางวัลนี้เกิดขึ้นแบบสุ่ม ขึ้นกับดวงอย่างแท้จริง
“มิต้องห่วง ข้ามีแผนของข้า” เจียงผิงอันปฏิเสธน ้าใจของอีกฝ่าย
การหาผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะให้พบเป็นทางออกเดียวของเขา
หากมิอาจหาผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะได้ ชั่วชีวิตนี้ก็มิอาจเคลื่อนขอบเขต มิอาจบรรลุเซียน ไม่อาจฟื้นชีวิตบุพการีได้
“เจ้า…”
หร่านหงเฉินโมโหเล็กน้อย ทำไมเจียงผิงอันจึงโง่นัก ป่านนี้แล้วยังคิดหาแต่สมบัติ โลภมากจริง ๆ
ช่างมันเถอะ วาจาดีเพียงไรก็หยุดผีมิให้ตายไม่ไหวอยู่แล้ว
เจียงผิงอันเห็นอีกฝ่ายเงียบไป ก็ไร้วาจาใดอื่น เขาพินิจการต่อสู้ต่อไปพลางสู้กับทั้งสองในใจ
เมื่อได้ยินว่ามีการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่นี่ ผู้ฝึกตนก็ทยอยกันมาชมศึกระหว่างเถียนซีและรูปสลักศิลากันมากขึ้น เสียงอุทานอย่างชื่นชมดังกระหึ่มเป็นระลอก
การต่อสู้กับมือกระบี่อันดับเก้าสิบของเผ่ามนุษย์ได้เช่นนี้ นับเป็นเรื่องน่าตกใจสำหรับภพบุกเบิกแล้ว
ศึกนี้ดำเนินไปห้าวันห้าคืน ไร้ผู้ใดจากจร ต่างผู้ล้วนรอพินิจผล
พวกเขาสังหรณ์คลับคล้ายว่า อัจฉริยะผู้หนึ่งกำลังจะลือนามทั่วภพบุกเบิก
ในวันที่ห้า ร่างของเถียนซีเต็มไปด้วยแผลจากกระบี่ โลหิตสีเทาหลั่งชโลม
“ตาย!”
เถียนซีพลันฉวยโอกาส ใช้แขนสี่ข้างกอดรูปสลักไว้ แล้วกรงเล็บแหลมคมก็งอกออกจากบ่า ขยี้ศีรษะของรูปปั้นศิลา
ขณะนี้ รู