ระมัง
เมื่อนึกถึงเฮ่อเหลียนเจี๋ย เฝ่ยไป๋ลู่ก็เม้มปาก “ทั่วร่างของคุณเต็มไปด้วยพลังงานความตาย จึงอาจส่งผลกระทบต่อคนรอบตัวได้ง่าย แม้จะต้องการหาคนดูแล ก็ควรพยายามหาคนที่มีร่างกายแข็งแรง หากเอาคนอ่อนแอมา พลังงานความตายอาจทำให้สมองของคนคนนั้นมีปัญหาได้”
“ครับ” ปากของเวินสือเหนียนเหยียดโค้ง โดยที่ไม่สนใจความปากร้ายของหญิงสาวเลย
ดูเหมือนว่าเลขาของเขาเฮ่อเหลียนเจี๋ยจะทิ้งความประทับใจอันลึกซึ้งไว้ให้เฝ่ยไป๋ลู่ไม่น้อย
เฮ่อเหลียนเจี๋ยรอจนกระทั่งเฝ่ยไป๋ลู่จากไป เขาถึงจะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายกำลังบอกว่าเขาไม่มีสมอง…
เขาโกรธและวิตกกังวล มองไปที่เวินสือเหนียนอย่างเสียใจ “คุณชายสาม เธอจงใจรังแกผม เธอถึงจงใจไม่ให้ผมอยู่ข้างคุณ ท่านต้องไม่เชื่อเธอนะครับ”
เวินสือเหนียนหุบยิ้ม เขารู้ว่าเฝ่ยไป๋ลู่พูดถูก
เฮ่อเหลียนเจี๋ยอาจเป็นเลขาได้เพราะความเก่งรอบด้านของเจ้าตัว
แต่เมื่อเดือนที่ผ่านมา เฮ่อเหลียนเจี๋ยได้รับผลกระทบจากพลังงานแห่งความตายของเขา จึงทำเรื่องโง่ ๆ ลงไปมากมาย
ไม่ว่าจะเชื่อว่าน้ำมนต์ของปรมาจารย์เสินหนงเจี้ยสามารถรักษาได้ทุกโรค หรือดูถูกเฝ่ยไป๋ลู่จนทำให้เธอขุ่นเคืองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหลียนเจี๋ยในตอนนี้จึงไม่เหมาะที่จะอยู่ข้างกายเขาอีก
ท่าทางของเวินสือเหนียนยังคงเหมือนเดิมและดวงตาสีดำสนิทของเขาทำให้ยากที่จะบอกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ซึ่งทำให้เฮ่อเหลียนเจี๋ยรู้สึกไม่สบายใจ
“ออกไปเถอะ ฉันอยากพักผ่อน” ชายหนุ่