มแวววาวถูกทำให้หม่นแสง ความศักดิ์สิทธิ์ย่อมถูกยับยั้ง อย่ามองแค่ว่ามันไม่เด่น เพราะอย่างไรมันก็เป็นสมบัติหายาก” เฝ่ยไป๋ลู่ชี้ไปที่จุดเล็ก ๆ ตรงกลางก้อนหยกแล้วถอนหายใจ “ถึงมันจะดูเหมือนรอยตำหนิ แต่ที่จริงแล้วเป็นรอยหลอก หยกชิ้นนี้เกือบพัฒนาเป็นหัวใจหยกแล้ว”
เมื่อเห็นมันครั้งแรกที่แผงลอย เธอเกือบจะคิดว่าตนมองผิดไป
ศาสนาพุทธมีพุทธจิต เช่นเดียวกับที่เต๋ามีจิตแห่งเต๋า
เมื่อสิ่งนี้กลายเป็นหัวใจหยก ย่อมไม่ใช่หยกธรรมดาอีกต่อไป แต่เธอไม่คาดคิดว่าตนจะซื้อมันมาในราคาเพียงสองร้อยห้าสิบหยวนเท่านั้น
เวินสือเหนียนถือเป็นผู้โชคดี หินหยกก้อนนี้จึงเหมาะกับเขา เฝ่ยไป๋ลู่หยิบเชือกสีแดงออกมาพันรอบหินหยกแล้วส่งให้เวินสือเหนียน พร้อมพูดว่า “สิ่งนี้จะทำหน้าที่คล้ายยันต์คุ้มภัย ห้ามทำหายเด็ดขาด”
เนื่องจากหยกนี้สามารถกลืนกินพลังงานแห่งความตายได้
และพลังงานดังกล่าวจะกลายเป็นอาหารสำหรับงูน้อยของเธอในอนาคต หากทำมันหายความพยายามของเธอก็จะไร้ผล
“ขอบคุณมาก” เสียงของเวินสือเหนียนเบาแต่หนักแน่นขณะที่เขารับของจากมือเฝ่ยไป๋ลู่
เมื่อเห็นว่าหินหยกดูดซับพลังงานแห่งความตายโดยอัตโนมัติ เฝ่ยไป๋ลู่ก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เธอไม่ต้องการให้งูตัวน้อยสัมผัสเวินสือเหนียนอีกในอนาคต
หากถูกอีตาเลขาเฮ่อเหลียนเจี๋ยจับได้อีกจะทำอย่างไรเล่า
เธอคงจะย้ายออกจากเมืองเจียงภายในคืนเดียว หลบไปฝึกอยู่ในป่าในเขาเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่งก่อนออกมาก