“หากมีอะไร เรียกข้าได้ทันทีเลยนะ”
เฉียนฮวั่นโหรวอยากศึกษา ‘มารสวรรค์เก้าแปร’ ก่อน จึงยกมือฉีกสุญตา เตรียมตัวจากไป
ยอดฝีมือจากนิกายเทวมารรีบตะโกนหยุดไว้ “สหายเต๋า เรามีคำถามอยากให้ช่วยแถลงไข!”
“หนทางบรรลุเซียนอยู่กับเจ้านิกายพวกเจ้านั่นแหละ”
เฉียนฮวั่นโหรวรู้ว่าพวกเขาจะถามอะไร จึงทิ้งวาจาไว้แล้วจากไปทันที
เหล่ายอดฝีมือจากนิกายเทวมารหันมามองเจียงผิงอันด้วยดวงตาร้อนรุ่ม
ในยุคสมัยนี้ การบรรลุเซียนเป็นไปไม่ได้ การบรรลุเซียนกลายเป็นเป้าหมายสำหรับยอดฝีมือมากมาย ทว่าการจะสัมฤทธิ์มันกลับไร้ร่องรอยให้ย้อนตาม
ในยุคสมัยนี้ มีเพียงนักพรตเสินซวีเท่านั้นที่ได้บรรลุเซียน
แต่นักพรตเสินซวีมิได้ทิ้งมรดกใดไว้
ยามนี้ เฉียนฮวั่นโหรวพูดถึงว่าหนทางบรรลุเซียนอยู่กับเจ้านิกายของตัวเอง ทุกผู้จะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร?
หากเฉียนฮวั่นโหรวมิได้บรรลุเซียน พวกเขาคงไม่มีทางเชื่อ แต่การฝึกฝนของอีกฝ่ายได้มารสวรรค์มายืนยันเอง
เจียงผิงอันสัมผัสสายตาเร่าร้อนคู่แล้วคู่เล่าได้ จึงพูดอย่างสุขุม“ยังไม่ถึงเวลา เมื่อกาละเหมาะสม พวกเจ้าก็จะได้เป็นเซียนกันเอง”
การฝึกฝนในขณะนี้ของเขามิได้แข็งแกร่ง ยามเขาพัฒนาสองขอบเขตหลัก มีพลังปกป้องตนเองยามใด เขาก็จะพาคนเหล่านี้ไปเคลื่อนขอบเขตที่ภพบุกเบิก
ได้ยินเช่นนี้ ยอดฝีมือมากมายก็มิอาจปกปิดสีหน้าผิดหวังไว้ได้
“เขตแดนมารมืดทมิฬไม่มีทางให้เราอยู่เป็นสุขกันแน่ หากไร้สิ่งใดผิดคาด ศึกต่อจากนี้น่