ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
แมตช์เด่น พรีเมียร์ลีก • ตลาดซื้อขาย • วิเคราะห์ก่อนเกม
โฟกัสวันนี้ ข่าวเร็ว กระชับ อ่านง่าย สำหรับแฟนบอลไทย

Match Report & Analysis

MetLife Stadium : จุดเริ่มต้นและฉากจบที่ไม่สมหวัง ของ เนย์มาร์ กับทีมชาติบราซิล

2026-07-06 1 0
ทีมชาติบราซิลต้องหยุดการเดินทางในศึกฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ไว้เพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น หลังพ่ายแพ้ให้กับ นอร์เวย์ 1-2 ไม่เพียงเท่านั้นหลังจบเกมสตาร์เบอร์หนึ่งของชาติอย่าง เนย์มาร์ ก็ประกาศอำลาทีมชาติ ในวัย 34 ปี หลังรับใช้ชาติมาตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพียงเรื่องบังเอิญหรือโชคชะตาที่ MetLife Stadium คือสนามแรกและสนามสุดท้ายของ เนย์มาร์ ในสีเสื้อทีมชาติบราซิล…ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่นี่ ย้อนกลับในปี 2010 ชื่อของ เนย์มาร์ กลายเป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอลบราซิล หลังเจ้าตัวทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจกับต้นสังกัดอย่าง ซานโตส บนวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น ทำให้มีกระแสเรียกร้องให้ เนยมาร์ ติดทีมชาติบราซิลไปลุยฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ แม้จะถูกชื่นชมว่าเป็นนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และมีอนาคตที่สดใสรออยู่ แต่สุดท้าย คาร์ลอส ดุงก้า กุนซือของทัพแซมบ้า ณ ขณะนั้น ก็ไม่เรียก เนย์มาร์ ไปลุยศึกฟุตบอลโลกตามคำเรียกร้องจากหลายฝ่าย ด้วยเหตุผลที่ว่า เนย์มาร์ ยังขาดประสบการณ์ในระดับนานาชาติเกินกว่าจะติดทีมไปเล่นฟุตบอลโลกได้ แต่หลังจากที่ บราซิล ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยการแพ้ เนเธอร์แลนด์ 1-2 ดุงก้า ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ก่อนที่ทางสมาคมฟุตบอลบราซิลจะแต่งตั้ง มาโน เมเนเซส ขึ้นเป็นกุนซือคนใหม่ พร้อมให้คำมั่นว่าจะเขาสร้างแซมบ้าเลือดใหม่! และ เมเนเซส ก็ไม่โกหก…เขาตัดสินใจเรียก เนย์มาร์ ติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่เป็นครั้งแรกเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเกมอุ่นเครื่องกับทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่ MetLife Stadium รัฐนิวเจอร์ซีย์ ในวันที่ 10 สิงหาคมปีเดียวกัน “ผมได้รับเกียรติเป็นคนเรียกเขาติดทีมชาติครั้งแรก แต่ผมก็พูดเสมอว่า ต่อให้เป็นโค้ชคนอื่นที่อยู่ในตำแหน่งตอนนั้น ก็คงเรียก เนย์มาร์ ติดทีมมาเช่นกัน เพราะเขาเป็นนักเตะที่คู่ควรจะอยู่ในทีมอยู่แล้ว” มาโน เมเนเซส เผย Getty Images พอวันแข่งขันมาถึง ปรากฏว่า เนย์มาร์ ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทันทีในตำแหน่งปีกซ้ายพร้อมเสื้อหมายเลย 11 โดยได้ลงเล่นร่วมกับ อเล็กซานเดร ปาโต้, ดานี่ อัลเวส, ติอาโก้ ซิลวา, ดาวิด หลุยส์ รวมถึงไอดอลตลอดกาลของเขาอย่าง โรบินโญ และนี่ก็กลายเป็นเดบิวต์ในฝันของ เนย์มาร์ เมื่อเขาสามารถทำประตูแรกในนามทีมชาติได้ทันทีตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนาม พร้อมพาทีมคว้าชัยชนะเหนือ อเมริกา 2-0 ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะก้าวมาเป็นกำลังสำคัญของชาติได้อย่างที่ใครต่อหลายคนคาดหมาย หลังจากพลาดติดทีมไปฟุตบอลโลก 2010 แต่หลังจากนั้น เนย์มาร์ ไม่พลาดฟุตบอลโลกเลยสักครั้ง ตั้งแต่ปี 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ, 2018 ที่รัสเซีย, 2022 ที่กาตาร์ รวมถึง 2026 ที่ อเมริกา, แคนาดา และ เม็กซิโก แม้ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์จะมีข้อสงสัยในตัวเขามากมาย เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา เนย์มาร์ มีอาการบาดเจ็บออด ๆ แอด ๆ ตลอด และไม่ได้เล่นฟุตบอลอยู่ในระดับสูงแล้ว หลังย้ายกลับมาค้าแข้งกับ ซานโตส อีกครั้ง ผนวกกับอายุอานามที่ปาเข้าไป 34 ปี แน่นอนล่ะว่าสิ่งที่ได้มาคือประสบกาณ์และความเก๋า แต่สิ่งที่หายไปก็คือความรวดเร็วและความฟิต แต่สุดท้ายกุนซือเสือเฒ่าอย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ ยังคงไว้เนื้อเชื่อใจ เรียก เนย์มาร์ ติดทีมชาติสำหรับศึกฟุตบอลโลก 2026 เพราะมองว่า เนย์มาร์ ยังเป็นผู้เล่นคนสำคัญของชาติและสามารถเป็นศูนย์รวมจิตใจของน้อง ๆ ภายในทีมได้ Getty Images “เราติดตามดูฟอร์ม เนย์มาร์ มาตลอดทั้งฤดูกาล เขาพัฒนาขึ้นมากในช่วงหลัง โดยเฉพาะเรื่องสภาพร่างกาย เขาเป็นนักเตะคนสำคัญและจะมีบทบาทสำคัญในฟุตบอลโลกอย่างแน่นอน” ดอน คาร์โล เผย “เนย์มาร์ จะมีหน้าที่และความคาดหวังเช่นเดียวกับนักเตะอีก 25 คน คือเขามีโอกาสทั้งที่จะได้ลงสนามหรือไม่ได้ลง อาจจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองหรือถูกส่งลงมาเปลี่ยนเกม เขามีความรับผิดชอบเท่าเทียมกับคนอื่น ๆ” “เขาเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์ ซึ่งในบางตำแหน่งอย่างผู้รักษาประตูและแนวรุก เราให้ความสำคัญกับเรื่องประสบการณ์เป็นหลัก” ด้วยวัย 34 ปี ทำให้ เนย์มาร์ ต้องยอมรับสภาพว่าเขาไม่ได้เป็นตัวหลักของทีมเหมือนผ่าน ๆ มาแล้ว หนำซ้ำ 2 เกมแรกยังไม่มีชื่อแม้กระทั้งบนม้านั่งสำรองเนื่องจากปัญหาสภาพร่างกาย ก่อนจะได้ลงสนามในฐานะตัวสำรองในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่พบกับ สกอตแลนด์ แต่ บราซิล ยังสามารถผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์มาได้ ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย บราซิล เฉือนชนะ ญี่ปุ่น 2-1 แต่ เนย์มาร์ ไม่ได้ลงสนาม ก่อนที่ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายทัพแซมบ้าจะโคจรมาพบกับ นอร์เวย์ ที่ MetLife Stadium สนามในความทรงจำของเขา…แต่ใครจะเชื่อว่านี่กลับกลายเป็นเกมสุดท้ายของ เนย์มาร์ กับ ทีมชาติบราซิลด้วยเช่นกัน เนย์มาร์ ถูกส่งลงสนามแทนที่ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ในนาทีที่ 67 ก่อนจะทำประตูจากจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่สุดท้ายก็ไล่ไม่ทัน บราซิล แพ้ให้ นอร์เวย์ 1-2 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 และหลังจบเกม เนย์มาร์ ก็ประกาศอำลาทีมชาติทันทีหลังรับใช้ทัพเซเลเซามานาน 16 ปี “ผมพยายามแล้ว ผมพยายามแล้ว มันเริ่มต้นที่ MetLife Stadium แห่งนี้ และผมก็มาปิดฉากลงที่นี่เช่นกัน ตอนนี้มันจบลงแล้ว” เนย์มาร์ กล่าวด้วยหัวใจที่แตกสลาย Imagn Images หากจักรวาลคู่ขนานมีอยู่จริง แล้ว บราซิล สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 มาครองได้ นี่คงเป็นฉากจบอันสมบูรณ์แบบของ เนย์มาร์ เพราะนัดชิงชนะเลิศก็จะจัดขึ้นที่ MetLife Stadium เช่นเดียวกัน แต่น่าเสียดายที่มนุษย์เราต้องอยู่กับความเป็นจริง และพบว่า Last Dance ของ เนย์มาร์ กับทีมชาติบราซิล กลายเป็นฉากจบที่ไม่สมหวัง... Neymar broke down in tears after Brazil's elimination from the World Cup, his last one.Maybe in another life Neymar💔🇧🇷 pic.twitter.com/gBHHubTrc4 แก้ตรงไหนก่อน : บราซิลผิดพลาดตรงไหนในฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 ? เนย์มาร์ วิ่งไปกระแทก โอเดการ์ด อีกทีหลังยิงตีไข่แตก แต่ยังดีมากอดขอโทษตอนจบเกม มันต้องยังงี้! แฟนบอลบราซิลกรี๊ดแตกตอนอันเชล็อตติประกาศชื่อเนย์มาร์อยู่ในทีมลุยบอลโลก

ความคิดเห็นจากผู้อ่าน