Match Report & Analysis
“นึกว่าเอพริลฟูลส์เดย์” โค้ชเบลเยียมจิกกัดกรณีใบแดง บาโลกุน ไม่โดนแบน ก่อนเจอกันรอบ 16 ทีมสุดท้าย
เบลเยียมออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน หลังฟีฟ่าตัดสินใจระงับโทษแบน 1 นัดของ โฟลาริน บาโลกุน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา ทำให้เจ้าตัวพร้อมลงสนามในเกมฟุตบอลโลก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่สหรัฐฯ จะพบกับเบลเยียม ที่เมืองซีแอตเทิล
เดิมที บาโลกุน ต้องพลาดเกมสำคัญนัดนี้ หลังถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมรอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่สหรัฐฯ เอาชนะ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0 โดยตามกฎการแข่งขันของฟีฟ่า ใบแดงจะมาพร้อมโทษแบนอัตโนมัติ 1 นัด
อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่าได้แจ้งต่อสมาคมฟุตบอลสหรัฐฯ ว่าโทษแบนของบาโลกุนถูกระงับไว้ ส่งผลให้เขาสามารถกลับมามีชื่อในทีมได้ทันที การตัดสินใจดังกล่าวสร้างเสียงวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะจากฝั่งเบลเยียม ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่กระทบต่อความยุติธรรมของเกม
Belgium head coach Rudi Garcia on FIFA's decision to suspend Folarin Balogun's one-match ban:“I didn’t know that at the World Cup the 5th of July is actually the first of April. It’s April Fools.”“We’re not defending the national team or federation, we are defending… pic.twitter.com/QyHMlUovhG
รูดี การ์เซีย เฮดโค้ชทีมชาติเบลเยียม กล่าวผ่านล่ามในการแถลงข่าวว่า สหพันธ์ฟุตบอลเบลเยียมไม่ได้ออกมาตอบโต้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของทีมชาติตัวเองเท่านั้น แต่กำลังปกป้อง “ฟุตบอลโดยรวม” ทั้งในแง่ความซื่อสัตย์และจริยธรรมของเกม
“สหพันธ์ฟุตบอลเบลเยียมไม่ได้ปกป้องแค่ตัวเองหรือทีมชาติเท่านั้น แต่กำลังปกป้องฟุตบอลโดยรวม ทั้งความซื่อสัตย์และจริยธรรมของเกมนี้” การ์เซียกล่าวเป็นภาษาฝรั่งเศสผ่านล่าม
“เท่าที่ผมจำได้ ผมคิดว่านี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่มีการตัดสินใจแบบนี้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมเป็นโค้ช ดังนั้นผมจะโฟกัสที่ทีมของผมและการแข่งขัน ไม่สำคัญว่าสหรัฐฯ จะส่งใครลงเป็นตัวจริง สิ่งที่สำคัญสำหรับผมคือในสนาม ทีมของผม การคว้าชัยชนะ และการผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ”
การ์เซียเสริมว่า“ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าในฟุตบอลโลก วันที่ 5 กรกฎาคม มันคือวันที่ 1 เมษายน นี่มันวันโกหกชัด ๆ” (April Fool's day)
ก่อนหน้าการแถลงข่าวของการ์เซีย สหพันธ์ฟุตบอลเบลเยียมได้ออกแถลงการณ์ว่า พวกเขา “รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง” กับการตัดสินใจดังกล่าว และกำลัง “ตรวจสอบทุกทางเลือกที่เป็นไปได้”
🚨 Donald Trump on Folarin Balogun red card case: “Thank you to Fifa for doing what was right and reversing a great injustice”. pic.twitter.com/u2iOBk8LL4
เดิมที โฟลาริน บาโลกุน ควรต้องพลาดเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่สหรัฐอเมริกาพบกับเบลเยียม หลังถูกใบแดงในเกมที่ทีมเอาชนะบอสเนีย 2-0 โดยตามระเบียบการแข่งขันของฟีฟ่า ใบแดงจะมาพร้อมโทษแบนอัตโนมัติ 1 นัด
อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่าได้ตัดสินใจ “ระงับ” โทษแบนดังกล่าว ทำให้ บาโลกุน สามารถลงสนามในเกมกับเบลเยียมได้ โดยคณะกรรมการวินัยของฟีฟ่าระบุว่า การตัดสินใจนี้เป็นไปตามมาตรา 27 ของประมวลวินัยฟีฟ่า ซึ่งเปิดทางให้สามารถระงับบทลงโทษจากใบแดงได้ ตราบใดที่ความผิดนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการล็อกผลการแข่งขัน
ภายใต้คำตัดสินนี้ บาโลกุน จะไม่ได้ถูกล้างใบแดงออกไปทั้งหมด แต่จะอยู่ในช่วงคุมประพฤติเป็นเวลา 1 ปี หมายความว่าใบแดงดังกล่าวยังคงถูกบันทึกไว้ในประวัติของเขา และหากภายในช่วงเวลาดังกล่าว เขาทำผิดในลักษณะใกล้เคียงกันอีกครั้ง ก็จะต้องรับโทษแบน 1 นัดตามเดิม
ก่อนหน้านี้ ฟีฟ่าเคยใช้มาตรา 27 ในลักษณะคล้ายกันกับกรณีของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพื่อเปิดทางให้เขาสามารถลงเล่นเกมเปิดสนามฟุตบอลโลกให้โปรตุเกสได้ หลังโดนใบแดงในเกมพบสาธารณรัฐไอร์แลนด์
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้กลายเป็นประเด็นร้อนทันที เพราะมีรายงานจาก เดอะ การ์เดี้ยน ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์หาฟีฟ่า 3 ครั้ง เพื่อผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงคำตัดสิน ก่อนที่เขาจะออกมาโพสต์ขอบคุณฟีฟ่าบน Truth Social ที่ “ทำในสิ่งที่ถูกต้อง” และ “แก้ไขความอยุติธรรมครั้งใหญ่”
บทความนี้เผยแพร่โดย FOOTBALLNEWS หากต้องการอ้างอิง กรุณาใส่ลิงก์ต้นฉบับ
ลิงก์ต้นฉบับ: https://wiki-live.com/worldcups/124.html
ความคิดเห็นจากผู้อ่าน