็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรู้สึกผิดหรือว่าไม่พอใจ เขาพูดเสียงดังว่า “ตาฉันคือดวงตาเทพเจ้าสี่ทิศ*[3] ที่มองเห็นทุกอย่างแห่งถนนเฉาอวี้ จะเป็นของปลอมได้ยังไง! คุณไม่ชอบ ก็ดูของอย่างอื่นของพวกเราสิ ทำไมต้องใส่ร้ายพวกเราด้วย!”
บางครั้งม้าก็เดินสะดุด คนเองก็เข้าใจผิดได้เช่นกัน
ถึงแม้ดวงตาเทพเจ้าสี่ทิศนี้จะมองเห็นบางสิ่งที่โหดร้าย แต่ก็ไม่อาจจะแม่นยำทุกครั้งไปได้
ยิ่งไปกว่านั้นสีหน้าของฉือยงและพนักงานร้านก็เพียงพอจะบอกได้ว่า พวกเขารู้ว่าหยกนี้เป็นของปลอมอยู่ก่อนแล้ว แต่ยังจะบีบให้เธอซื้อ
ช่างเป็นร้านค้าใหญ่รังแกลูกค้าจริง ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่คร้านจะโต้เถียงกับเขา “คุณไปได้แล้ว ฉันจะดูเองค่ะ”
แทนที่จะปล่อยให้คนเลวแบบนี้ตามมา เธอชอบที่จะเดินดูเองคนเดียวมากกว่า
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจจะคุยกับฉือยงอีก พูดจบก็หันหลังเดินจากไป เธอถึงขั้นไม่อยากจะดูของร้านหย่งชิ่งฟางเลยด้วยซ้ำ
“ถุย! ตาสุนัขมองคนต่ำ!*[4] เป็นแค่คนรักตัวน้อยของคุณชายสามเวิน มีอะไรน่าภาคภูมิใจนักหนา?” สีหน้าของฉือยงแสดงออกว่าโกรธมากขึ้นและมากขึ้น “ฉันเองก็ไม่เต็มใจที่จะให้บริการแล้วเหมือนกัน!”
ฉือยงนึกว่าเฝ่ยไป๋ลู่เดินไปไกลแล้ว จึงไม่ได้ระวังเสียงของตนเอง และเขาก็ไม่รู้เลยว่าชายในห้องส่วนตัวชั้นสองกำลังเฝ้าดูทุกอย่างที่ชั้นล่างอยู่เงียบ ๆ
“ตรงกลางของหยกมีสิ่งเจือปนอยู่ แก้ไขได้ยากมากเลยนะ สองหมื่นแพงเกินไป ฉันให้สองร้อย จะขายหรือไม่ขาย?” เฝ่ยไป๋ลู่หยุด