อยู่หน้าแผงขายของด้วยความสนใจอย่างมาก และกำลังพูดคุยกับหนุ่มน้อยเจ้าของแผง
สิ่งของในธุรกิจนี้ไม่ว่าอะไร ถ้ายิ่งเก่ายิ่งได้รับความนิยม รวมถึงตัวบุคคลด้วยเช่นกัน
เจ้าของแผงเป็นคนหนุ่มในวัยยี่สิบกว่าปี แผงจึงเงียบเหงามาก
ไม่ง่ายเลยที่จะมีลูกค้ามาสักคน เขาลังเลแล้วเสนอราคาที่สูงถึงสองหมื่นหยวน แบบนี้จะได้มีช่องว่างให้ต่อราคาได้
ไหนเลยจะคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะโหดร้ายขนาดนี้
สองหมื่นหยวนกลายเป็นสองร้อยหยวน มีดเล่มนี้ตัดเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ของเขาโดยตรงแล้ว
“อุ๊บ!” อูเผิงอยากจะกระอักเลือด เขาเอามือปิดหน้าอกแล้วแกล้งทำท่าขาดอากาศหายใจตาย
[ฮ่า ๆ ๆ ตลกชะมัด นึกว่าที่มาเป็นแกะตัวอ้วน คิดไม่ถึงจะกลายเป็นถูกปล้นแทนล่ะสิ]
[เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเธอคว้ามันไปเลยก็ได้ แต่ก็ยังมีน้ำใจให้คุณตั้งสองร้อยหยวนแน่ะ เธอนี่มันจริง ๆ เลย ฉันอยากร้องไห้]
[เสียงนี้ฟังดูคุ้น ๆ เหมือนกับคนดังในเน็ตที่ไม่ได้ไลฟ์มาหลายวันแล้ว พี่เผิง พี่หันกล้องหน่อยสิ ให้พวกเราเห็นว่าใช่เธอหรือเปล่า?]
อูเผิงยิ้มแยกเขี้ยวใส่ ธุรกิจแผงลอยริมถนนไม่ค่อยดีนัก เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ เขาจึงเริ่มถ่ายทดสดในฐานะสตรีมเมอร์พาร์ทไทม์
คิดไม่ถึงเลยว่างานพาร์ทไทม์จะทำเงินได้มากกว่าการขายของริมถนนเสียอีก
กลุ่มผู้ชมก็คือกลุ่มคนที่เหล่าสตรีมเมอร์ต้องพึ่งพิง
อูเผิงจึงไม่เพิกเฉยต่อคำขอของผู้ชม
แต่ก่อนอื่นเขาต้องถามความคิดเห็นของเฝ่ยไปลู่อย่างสุภาพก่อน ถ้าเธอไม่โต