เราจะส่งคนไปตรวจสอบเรื่องของผู้ฝึกตนกลายพันธุ์นอกจากนั้น ให้เฉียนฮวั่นโหรวกับเจียงผิงอันเตรียมตัวไว้ ชิวผิงเซิงจะไปท้าทายสองคนนั้น”
เมื่อหลัวซู่ได้ยินเนื้อหาจากยันต์ นางก็ขมวดคิ้ว กล่าวกับยันต์สื่อสาร
“ยามนี้มีเวลาที่ไหนไปประลอง เจ้าไม่รู้ว่าพลังนี้ร้ายกาจเพียงไรรีบ ๆ ส่งคนมาเถอะ ความเสียหายจะได้ลดน้อยลงได้”
“พลังประหลาดนี้มาจากเคหาสน์เทพจันทรา นี่เป็นพลังเซียนกลายพันธุ์ ผู้ติดเชื้อจะแข็งแกร่งสุดขั้ว รีบช่วยกันทำลายเคหาสน์เทพจันทราเสีย หาไม่ศาลาหลักจะย ่าแย่!”
คนจากอีกฝั่งของยันต์สื่อสารตอบกลับมา “รีบร้อนอะไร อีกสามวันเราจะไปถึง”
พูดจบ อีกฝ่ายก็ไร้สำเนียงใดอื่น
หลัวซู่ชกภูเขาใกล้เคียงแหลกไปด้วยโทสะ
“พวกสมควรตายนี่ไม่อยากล่วงเกินเคหาสน์เทพจันทราชัด ๆต้องให้เพลิงลามถึงตรงหน้าแล้วจึงร้อนรน!”
ศาลาหลักไม่เชื่อวาทะหลัวซู่ คิดว่านางกำลังพยายามหาข้ออ้างทำลายเคหาสน์เทพจันทรา
ศาลาหลักไม่อยากยุ่งกับสำนักซึ่งมีพลังต่อสู้ระดับเซียนเช่นนี้
บางทีอาจต้องให้ศาลาสาขาพินาศหายนะไปก่อน ศาลาหลักจึงจะลงมือกัน
แต่ความเป็นไปได้นี้ไม่เกิดขึ้นเป็นแน่ เพราะไม่มีใครอยากต่อกรกับศาลาสาขาที่มีเซียนอยู่เช่นกัน
หลัวซู่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด กล่าวกับเจียงผิงอันว่า “เมื่อเจ้ากลับถึงศาลาเติงเซียน ก็ไปเก็บตัวฝึกฝนเสียแล้วอย่าออกมา”
“ชิวผิงเซิงได้วิชาจำแลงเซียน มีปราณเซียนแล้ว ทุกการโจมตีธรรมดาของเขาเทียบเท่ากับการโจมตีร