ห็นผู้เข้าประเมินคนอื่นไม่ขยับก็ไม่อยากเสียเวลา จึงก้าวเท้าเดินออกมาช้า ๆ
ใบหน้าเด็ดเดี่ยวของเขาไร้อารมณ์แปรเปลี่ยน
ทุกสายตาจับจ้องที่เจียงผิงอัน
“ไม่รู้ว่าเจ้าคนชื่อเจียงผิงอันนี่จะมีพลังต่อสู้แค่ไหน”
“น่าจะดีแหละ หากเขาเดินบนเส้นทางไร้เทียมทาน ก็ย่อมแข็งแกร่งสุดขั้วอยู่แล้ว”
“บางทีเขาอาจได้วิชาจำแลงเซียนมาจริง ๆ แล้วเช่นนั้นก็เท่ากับทะยานฟ้าเหนือใคร”
สำหรับอัจฉริยะซึ่งจู่ ๆ ก็ปรากฏตัวคนนี้ ปวงชนล้วนประเมินไว้สูงยิ่ง
เจียงผิงอันมายังกำแพงสูง ยืนมองมันตรงหน้า
กำแพงสูงเหล่านี้มีปราณประมาณขอบเขตบูรณาการ ด้วยพลังต่อสู้ของเขา เขาจะสามารถทะลวงกำแพงทั้งยี่สิบชั้นได้ทันที
แต่นั่นหมายความว่าไร้เรื่องใดผิดคาดเลย…
เจียงผิงอันเริ่มโคจรพลัง ใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลาง สายลมรุนแรงพัดกระพือรอบกาย
ลวดลายอักขระคนเถื่อนเลื่อนคลุมฝ่ามือ เพิ่มพละกำลังสองเท่าใช้จุลศาสตร์ไร้ลักษณ์ขยายขนาดตัว พละกำลังพุ่งทะยานขึ้นอีกครั้งปลดปล่อยอัสนีหยิน โอบคลุมร่างกายด้วยฤทธิ์อัสนี
กฎทำลายล้าง กฎแห่งกำลัง กฎจำนงสัประยุทธ์และกฎแห่งแรงโน้มถ่วงล้วนอัดรวมกันที่มือ…
ปราณมารร้ายแรงทะลักโถม คลื่นพลังรุนแรงทำให้ทุกดวงใจสั่นสะท้านรุนแรง
นี่มันพลังอะไรกัน? ทำไมจึงน่ากลัวขนาดนี้?
นี่คืออำนาจศักดิ์สิทธิ์หรือ?
ปวงชนรู้สึกราวได้พบมารร้ายไร้เทียมทานตรงหน้า
สีหน้าของผู้ฝึกตนที่เข้าร่วมประเมินแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
การโจมตีนี้น่ากลัวยิ่งนัก