ฉับพลันนั้น ท้องนภามืดมัว เมฆสายฟ้ าชวนสะพรึงก่อตัวเหนือ เจียงผิงอัน อัสนีแปลบปลาบฟาดตัวลงจากฟ้ าด้วยความเร็วสูงสุดขีด
เจียงผิงอันหลบการโจมตีในพริบตา มาอยู่ตรงหน้าหนานกงเสิน
หนานกงเสินเองก็ใช ้อัสนีพริบตาหลบเลี่ยง “อัสนีพริบตา ข้าก็ ……”
เปรี้ยง!
หนานกงเสินพลันเจ็บแปลบที่ท้อง ร่างกระเด็นหัวทิ่ม กระแทก เข้ากับบรรพตลูกหนึ่งทันที
หนานกงเสินประคองกาย หยุดลงกลางอากาศ จ้องมองเจียงผิง อันเข้ามาใกล้ แล้วใช ้อัสนีพริบตาเลี่ยงหลบ
ทว่า เส้นทางการหนีของหนานกงเสินก็ถูกเจียงผิงอันดักไว้ได้ อีกครั้ง หนึ่งหมัดฟาดเขาลงกองกับพื้น
แดนดินปริแยก เศษหินกระเด็นปลิว
หนานกงเสินพุ่งขึ้นจากใต้พื้น ร่างเปรอะด้วยดินโคลน
เขามองเจียงผิงอันอย่างไม่อยากเชื่อ “เป็ นไปไม่ได้! เจ้ารู ้ทิศที่ข้า จะหนีได้อย่างไร!”
“สิ่งที่ลอกมา สุดท้ายก็มิใช่ของเจ้าเอง มีจุดบอดมากเกินไป”
ดวงตาของเจียงผิงอันพินิจอีกฝ่ายอย่างเยือกเย็น
ดวงตาของเขามองทะลุตัวคนได้นับแต่ยามอยู่ในขอบเขตสร ้าง รากฐาน
และเช่นกัน เขาก็เห็นทิศทางการเคลื่อนปราณจากร่างอีกฝ่าย
สาหรับ ‘อัสนีพริบตา’ นั้น เจียงผิงอันคุ้นเคยอยู่ไม่น้อย
ดังนั้น ยามอีกฝ่ ายใช ้อัสนีพริบตา เขาก็คาดการณ์การ เคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้แล้ว
หากหนานกงเสินส าเร็จ ‘อัสนีพริบตา’ ด้วยตนเอง การพินิจช่อง โหว่ให้พบในพริบตาก็คงไม่ง่าย
แต่หนานกงเสินลอกเลียนวิชานี้มา ซึ่งมีช่องโหว่