แม้เหลยหลานจะเป็ นแม่คนแล้ว นางก็ยังเป็ นอัจฉริยะผู้หนึ่ง หา ไม่ คงมิอาจให้กาเนิดอัจฉริยะอย่างเมิ่งจิงได้
และนางก็เข้าร่วมแผนบ่มเพาะอัจฉริยะครั้งนี้ด้วย
“แม้นี่จะเป็ นหนึ่งดวงดาว แต่มันก็มิได้ใหญ่นัก ห่างไกลเกินเทียบ กับพื้นที่แผ่นดินของเราข้างนอกนัก”
ขณะเหลยหลานอธิบาย ทั้งสามก็เหินขึ้นสู่ท้องนภาพร่างพราว แล้ว
ขณะนี้ เจียงผิงอันรู ้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก ร่างเบาโหวงไร ้ น้าหนัก ปราณวิญญาณรอบกายเบาบางแทบไม่มี
นี่หรือจักรวาล?
เขาพยายามอ้าปากพูด แต่กลับไม่ได้ยินเสียงใด
“ปล่อยปราณวิญญาณคลุมกาย เจ้าจะได้หายใจออก ใน จักรวาลด้านนอกนี้ ต้องใช ้วิชาถ่ายทอดกระแสปราณสู่โสตอีกฝ่ าย ตรง ๆ มิเช่นนั้น พูดไปก็ไม่มีใครได้ยินหรอก”
เมิ่งจิงถ่ายทอดกระแสปราณมาบอก
เมื่อใช ้ปราณคลุมกาย เจียงผิงอันก็ประหลาดใจ ที่แท้จักรวาลก็ เป็ นเช่นนี้ ประจักษ์แจ้งความรู ้ใหม่แล้ว
ทั้งสามเกินไปสู่คุกโน้มถ่วง
ขณะมองเจียงผิงอันจากไป หลู่คุนดูริษยาเคืองแค้น
“ต่อให้ได้ต าแหน่งผู้น าไป เจ้าก็ไม่มีทางเป็ นยอดฝีมือขอบเขต แปรเทวะได้หรอก ผู้ฝึ กตนขอบเขตแปรเทวะธรรมดาสักคนก็ตบเจ้า ตายง่าย ๆ แล้ว!”
ยามผู้คนรอบข้างได้ยิน พวกเขาก็ช าเลืองหลู่คุนอย่างเหยียด หยาม
เจ้านี่ตาขาวยิ่งนัก มิกล้าพูดกับเจียงผิงอันซึ่งหน้า จนอีกฝ่ าย จากไปแล้วจึงกล้าพูด
เจียงผิงอันตามเหลยหลานสู่ดาวดวงที่สอง