เจียงผิงอันกล่าวโดยไม่เคลื่อนขยับ “ข้าอยากท้าทายบุตรเจ้า หากบุตรเจ้าเอาชนะข้าได้ ก็จะได้มีเหตุผลนาธงค่ายกลไป ซ้ายังเป็ น ชื่อเสียงอันดี”
“ผู้ฝึ กตนระดับต่าเช่นเจ้าควรค่าพูดกับเจ้าเคหาสน์ผู้นี้ด้วย หรือ?”
หูอวิ้นแผ่ปราณชวนสะพรึงเข้าใส่เจียงผิงอัน
ผู้คนจากส านักขวานฟ้ าใกล้เคียงถูกผลักกระเด็นตามกัน
หนิงโหยวตวาดเจียงผิงอัน “เจ้าโง่หรือไร! รีบส่งธงค่ายกลให้เจ้า เคหาสน์สิ!”
คนผู้นี้สมองมีปัญหาแน่แท้ คิดว่าตนเป็ นผู้ฝึ กตนขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดซึ่งรับมือยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะได้หรือไร
ที่คนไม่ลงมือก็เพราะรักษาหน้า ยามสิ้นอดทนก็ตบเจ้าตายได้!
หูหงเทียนเห็นว่ามีผู้ท้าทาย รอยยิ้มเจิดจรัสก็ปรากฏบนหน้า
ในที่สุดก็ถึงทีข้าเสียที
หูหงเทียนกล่าวกับหูอวิ้น “ท่านพ่อ เพลาโทสะเถิด เราเป็ นส านัก ธรรมะ ประชันวรยุทธ ์กันตามกฎยุทธภพดีกว่า”
หูอวิ้นเก็บปราณบนกาย หันไปยิ้มให้บุตรตน “ฮ่า ๆ สมกับเป็ น บุตรข้า กล้าหาญชาญชัยดี!”
หูหงเทียนเชิดศีรษะเหลือบลงมองเจียงผิงอัน “ข้าชอบศึกชี้วัด เป็ นตาย หากไม่ก็น่าเบื่อแย่ อย่าได้คิดปฏิเสธเชียว เจ้าหามีโอกาส ปฏิเสธไม่”
เขาไม่อยากปล่อยเจียงผิงอันไป คิดปลิดชีวิตอีกฝ่ายตรง ๆ
“ได้”
เจียงผิงอันเก็บธงค่ายกล รับศึกชี้วัดเป็ นตาย
“ไอ้โง่!”
หนิงโหยวเดือดดาลแต่มิอาจท าอะไรได้