เจียงผิงอันครุ่นคิด
สมบัติชิ้นนั้นใช ้ไม่ได้จริง ๆ แล้วไฉนมิฝำกให้ฝ่ำบำทไว้ก่อน?
ขณะนั้นเอง อักขระนำทำงบนจัตุรัสพลันสำดแสงขำวโพลน
เสำแสงพุ่งตรงสู่ฟ้ ำ หำกเป็ นยำมค่ำคืนคงสุกสกำวยิ่งกว่ำนี้
สุญตำสั่นสะท้ำน สองบุคคลปรำกฏในคลองจักษุ
แม้ทั้งสองจะมีกำรฝึกฝนเพียงขอบเขตวิญญำณแรกกำเนิด แต่ ทั่วกำยโอบล้อมด้วยนิมิต
หนึ่งในนั้นปรำกฏคู่ปีกด ำ กฎแห่งวำยุล้อมพัน
คนผู้นี้สวมชุดผู้ฝึกยุทธ ์สีม่วง ร่ำงสูงใหญ่ ดวงตำลึกล้ำ ใบหน้ำ คมเข้มเช่นรูปสลัก ผิวกำยเข้มคล้ำจำกแสงแดดเล็กน้อย ดูรำวแท่น ศิลำจำกอำรยธรรมโบรำณ
อีกหนึ่งเป็ นสตรี กลีบผกำรองใต้เท้ำ เส้นผมทิ้งตัวเช่นน้ำตก จิ้มลิ้มพริ้มเพรำ
รูปลักษณ์ของนำงด้อยกว่ำอวิ๋นหวงเพียงเส้นบำง ๆ
ทั้งสองมีลักษณะหนึ่งเหมือนกัน คือสีหน้ำเต็มไปด้วยควำมถือ ตน ร่ำงแผลงปรำณทรงพลัง
ทั้งสองมิได้ปิดบังปรำณในร่ำงเลยสักนิด รำวไม่รู ้ว่ำกำรสงวนตัว สมถะเป็ นเช่นไร
อวิ๋นหวงสัมผัสปรำณของทั้งสองแล้วแตกตื่นในใจ
ปรำณของทูตนำทำงทั้งสองแข็งแกร่งยิ่ง มิได้ด้อยไปกว่ำนำงเลย สักนิด
นี่หรืออำนุภำพของหอตำรำเทียนเต้ำ? แค่ทูตน ำทำงสองคนยัง แข็งแกร่งเพียงนี้
ชำยผู้มีปีกเห็นอวิ๋นหวงทันที แล้วดวงตำก็เรืองประกำยประหลำด ใจ
“ควรค่ำเป็ นร่ำงเทวะวิหคอมตะ งดงำมไร ้ที่ติจริง ๆ!”
สตรีข้ำงกำยเขำได้ยินค ำชมก็กล่ำวเสียดสี “ฮึ ภำยนอกสุกใส ภำยในอำจเน่ำเฟะก็ได้”