“ไม่ต้องพูดก็รู ้ ต้องเป็ นสมบัติแน่ ๆ!”
ชายเครายาวถือขวานผู้หนึ่งจับจ้องเจียงผิงอันอย่างไม่เป็ นมิตร
“เจ้าหนู เมื่อครู่เรามีสมบัติชิ้นหนึ่ง เรืองรองหลากสี แล้วบังเอิญ ทาตกที่นี่ เจ้าหยิบมันไปหรือไม่?”
เจียงผิงอันชาเลืองมองคนทั้งสาม เป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตจินตาน ทั้งสิ้น
เจียงผิงอันปล่อยปราณขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดออกไป
ยามสัมผัสปราณนี้ สีหน้าของทั้งสามก็แปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
“ผู้อาวุโส ขออภัยด้วย เราเข้าใจผิดเอง”
กล่าวจบ ทั้งสามก็หนีกระเจิงทันควัน รวดเร็วกว่ายามมา หลายเท่าตัว
เจียงผิงอันมิได้คิดสนใจคนเช่นนี้ หากเมื่อครู่ลงมือ พวกเขาคง กลายเป็ นเหยื่อแมลงสูบโลหิตเก้าวังเวงไปแล้ว
เขาเหินต่อสู่แคว้นหลิงไห่
หวังว่าเส้นทางสู่ก้าวที่สองจะหาพบได้ในซากโบราณมหา จักรพรรดิ
ชีพจรทั้งสามร ้อยหกสิบจุดในร่างถูกพัฒนาถึงขีดสุด มิอาจเก็บ ปราณมากไปกว่านี้แล้ว
มีเพียงการก้าวต่อไปเท่านั้น เขาจึงสามารถเก็บกักปราณ เพิ่มเติม ฝึกฝนกฎที่สูงกว่าได้
ยากนัก
คิดไม่ออกเลย
ไม่รู ้ว่าผู้อาวุโสมหาจักรพรรดิในกาลก่อนสร ้างขอบเขตฝึกฝน แก่เผ่ามนุษย์โดยไม่มีสิ่งใดอ้างอิงได้อย่างไร
มีเพียงผู้เดินบนเส้นทางสายนี้เท่านั้นที่ทราบ ว่ามหาจักรพรรดิ ยิ่งยงเพียงไรในบรรพกาล