ห็นหนึ่งภำพอันท ำให้พวกเขำแน่นิ่งไป
อีกฝ่ำยมิได้กลับมำ แต่เดินฝ่ำแรงกดดันเข้ำไปอีก
“นี่เขำท ำอะไรอยู่?”
ผู้ฝึกตนทั้งหลำยต่ำงผงะ
“นี่เขำเข้ำไปหำที่ตำยหรือ?”
แน่นอน เจียงผิงอันมิได้หำที่ตำย แต่เขำรู้สึกว่ำตนอยู่ห่ำงจำกผำไปหน่อย มิอำจท ำควำมเข้ำใจเจตจ ำนงหมัดได้ดีนัก เขำจึงเดินเข้ำไปใกล้อีก
หลังจำกเดินเข้ำไปอีกร้อยกว่ำก้ำว เจียงผิงอันก็หยุดฝีเท้ำ นั่งลงเงยหน้ำท ำควำมเข้ำใจต่ออีกครั้ง
ภำยใต้ผำสีน ้ำตำลด ำขนำดมหึมำ เจียงผิงอันนั่งขัดสมำธิศึกษำอย่ำงตั้งใจ
รอยหมัดเล่ำนี้ประทับไว้ด้วยกฎแห่งก ำลังเหมำะต่อกำรพัฒนำวิชำหมัดมวยอย่ำงยิ่ง
ขณะที่เจียงผิงอันก ำลังมองรอยหมัด จู่ ๆ ห้วงจิตส ำนักของเขำก็แปรเปลี่ยน หนึ่งร่ำงเลือนรำงก่อตัวขึ้นในนั้น
ร่ำงนั้นมิอำจเห็นใบหน้ำได้ชัดเจน หรือพูดให้ถูกก็คือ หำมีใบหน้ำไม่
มันเหวี่ยงหมัดออกไป และเรื่องน่ำประหลำดใจก็คือหมัดของมันมีเจตจ ำนงหมัดเช่นเดียวกับบนผำ เป็นเจตจ ำนงหมัดเดียวกับที่เขำก ำลังจับตำมองอย่ำงแท้จริง!
หัวใจของเจียงผิงอันสะท้ำน ตกตะลึงกับที่
นี่อะไรกัน?
สมองละเมอ? ภำพลวงตำ?
ไม่ใช่! นี่เป็นภำพจริง!
ร่ำงในห้วงจิตส ำนึกของเขำออกหมัด ท ำให้เขำท ำควำมเข้ำใจเจตจ ำนงหมัดชัดเจนยิ่งขึ้น
รำวกับเขำได้บันทึกเจตจ ำนงหมัดบนผำไว้ในมโนส ำนึก
นี่มันอะไรกัน?
เหตุกะทันหันนี้ท ำให้เจียงผิงอันงุนงงยิ่ง
เขำมิกล้ำคิดมำกด้วยกลัวเสียโอกำสนี้ไป เขำจึงใช้ทุกลมหำยใจในกำรท ำควำ