เสียหายของเฉิงฮั่น นำโอสถเก้าวงจรจักรวาลออกมา
“รีบกินเสีย!”
“สายไปแล้ว… โอสถนี้ใช้ไม่ได้กับบาดแผลวิญญาณ… อย่าไปสู้กับเขา… เขายุ่งด้วยไม่ได้… ข้าได้ล้างแค้นแล้ว… ไร้ความอาวรณ์…ไปหาภรรยาข้าได้แล้ว…”
“เมียข้า… เจ้าบอกให้ข้าเตรียมรองเท้าปักลายให้ลูกเรา… ข้าทำมาหลายคู่เลย… มีสีแดงที่เจ้าชอบด้วยนะ…”
ใบหน้าหยาบกร้านของเฉิงฮั่นเผยรอยยิ้มอบอุ่น แล้วดวงตาก็ค่อย ๆ สิ้นแวว แขนตกลงแน่นิ่งข้างตัว
เจียงผิงอันลากซากครึ่งตัวของเฉิงฮั่น โอสถเก้าวงจรจักรวาลตกลงบนพื้น แน่นิ่งกับที่ด้วยสมองว่างโล่ง
หลัวอีเฟยสัมผัสได้ว่าเฉิงฮั่นหมดลมแล้ว ก็ถลึงตามองชิวผิงเซิงอย่างเดือดดาลสุดขีด
“สารเลว! วอนตายเสียแล้ว!!”
อำนาจชวนสะพรึงระเบิดออกจากร่างของหลัวอีเฟย ชักกระบี่ยาวระดับยอดสมบัติเล่มหนึ่งออกฟาดฟันใส่ชิวผิงเซิง
“หยุดนะ”
หนึ่งเสียงดังขึ้น กฎเกณฑ์ฟ้าดินนิ่งงัน
กระบี่ยาวของหลัวอีเฟยฟาดฟันถูกเพียงอากาศ
ชายชราหัวล้านคนหนึ่งยืนขวางตรงหน้าชิวผิงเซิง “ในศาลาเติงเซียน ห้ามต่อสู้ส่วนตัว!”
หลัวอีเฟยแผดเสียงอย่างเดือดดาล “เขาต่างหากที่เริ่มก่อน!ไฉนเมื่อครู่เจ้าไม่เข้ามาห้าม อย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้ เมื่อครู่เจ้าก็อยู่!”
“สามหาว กล้าดีเช่นไรมาเถียงตาเฒ่าผู้นี้! เห็นแก่หน้ามารดาเจ้า ข้าจะไม่ถือสา หาไม่ เจ้าคงต้องทัณฑ์ไปหันหน้าเข้าผาสำนึกผิดแล้ว!”
ชายชราหัวล้านสังเกตเห็นว่าที่นี่มีศิษย์คนอื่นด้วย จึงหันไปกล่าวกับชิวผิงเซิง
“ละเม