วซู่ก็กระอักไอตัวโยน โลหิตหลากหลั่งจากมุมปาก
เฉียนฮวั่นโหรวสีหน้าเปลี่ยน รีบเข้าไปพยุงนาง “อาจารย์ ท่านเป็นอะไรไป?”
“เรื่องเล็กน้อยน่ะ ข้าบาดเจ็บนิดหน่อย เมื่อครู่สะเทือนอารมณ์เกินไป เลยควบคุมบาดแผลมิได้”
หลัวซู่ปาดโลหิตจากมุมปาก ซาบซึ้งในความเป็นห่วงเป็นใยของศิษย์ผู้นี้ยิ่ง
ขณะที่หลัวซู่กำลังจะอ้าปากตอบ นางก็สังเกตพบว่าดวงตาของเจียงผิงอันจ้องตรงมายังโลหิตที่นางใช้หลังมือปาดออกมา
“แค่เลือดธรรมดา ไม่มีประโยชน์มากมายหรอกนะ หากเจ้าอยากได้ข้าก็ให้”
หลัวซู่สะบัดมือ แล้วโลหิตสองสามหยดก็เหินไปตรงหน้าเจียงผิงอัน
“ขอบคุณผู้อาวุโส!”
เจียงผิงอันรีบกล่าวขอบคุณ
แม้นี่จะมิใช่แก่นฐานโลหิต แต่ก็ยังเป็นโลหิตเซียน ภายหน้าอาจมีประโยชน์
หลัวซู่สูดหายใจลึก ก่อนจะปริปาก “พวกเจ้าสองคนกำลังจะได้ไปยังศาลาหลักกับอัจฉริยะที่ได้รับคัดเลือก มีบางเรื่องที่ต้องบอกพวกเจ้าล่วงหน้า”
“เรื่องแรกคือ หากคิดจะไปให้ถึงศาลาหลัก มันมิใช่เรื่องง่ายพวกเจ้าต้องผ่านเส้นทางเติงเซียน ที่นั่นจะมีบททดสอบอันเต็มไปด้วยความยากลำบากอยู่”
“มีเพียงต้องผ่านการประเมิน พวกเจ้าจึงจะไปยังศาลาหลักได้อย่างแท้จริง การผ่านประเมินก็มิใช่เรื่องง่าย มีอัจฉริยะมากมายที่ไปยังศาลาหลัก บางคนกระทั่งติดอยู่ที่นั่นมาเป็นร้อย ๆ ปีแล้ว”
“ไว้ภายหลัง ข้าจะให้พวกเขาดูแลพวกเจ้าทั้งสอง พวกเจ้าก็ต้องทำตัวว่าง่ายด้วยล่ะ”
หลัวซู่นั่งลงบนเก้าอี้ข้างตัว ก่อนจะพูดต่อ