าสี ทองวูบไหวสองหน โลหิตนั้นก็หายไป
เฉินเจิ้นก็เหวี่ยงโลหิตหยดหนึ่งเข้าประทับเช่นกัน
ด้วยพันธสัญญาวิถีสวรรค์นี้ หากผู้ใดละเมิดฝืน จะถูกเต๋าสวรรค์ ลงทัณฑ์
แม้หนังสือสัญญาเช่นนี้จะมีราคาแพง มูลค่าของเกาะเทวะก็สูง เกินกว่าจะใช ้เพียงวาจาผูกพัน
กระดาษทองแผ่นนั้นพลันแผดผลาญ แปรเปลี่ยนเป็ นสองลาแสง พุ่งสู่หว่างคิ้วของหมิงเฉินและเฉินเจิ้น
พันธสัญญาเสร็จสมบูรณ์
เฉินเจิ้นกล่าวเสียงแข็ง “กฎการประลองนี้ สิบคนท้าทายกันอย่าง อิสระ ไร ้ลาดับใด ๆ หนึ่งคนสู้กี่ครั้งก็ได้ จนกว่าจะปราบได้สิ้นทั้งสิบ คนจึงจบการประลอง”
“ในระหว่างนี้ ห้ามใช ้อาวุธวิเศษ ยันต์อักขระหรือโอสถใด ๆ เกิน ขอบเขตสร ้างรากฐาน หาไม่ทั้งคณะจะถูกปรับแพ้”
“ข้าขอคนแรก! ข้าจะซัดให้หมอบทั้งสิบคนเลย!”
ชายหนุ่มผมเขียวจากแคว้นหลิงไถเสนอตัวคนแรกอย่างเกิน กลั้น ใบหน้าของเขาหยิ่งยโส ไม่เห็นอัจฉริยะผู้ใดจากแคว้นหมิงหวัง ในสายตา
สายตาของหมิงเฉินมองมาที่จางรั่วรั่ว
สตรีผู้นี้เป็ นหนึ่งในสามสตรีของคณะ
ขณะที่กาลังจะเอ่ยปาก หวังหลานพลันผุดลุก
“ข้าก่อนแล้วกัน”
“หวังหลาน” จางรั่วรั่วคว้าแขนหวังหลาน “เจ้าไม่ต้องช่วยข้า หรอก”
หวังหลานจับมือจางรั่วรั่ว กล่าวยิ้ม ๆ “อานาจต่อสู้ของข้าดีไม่สู้ เจ้า แต่ข้าใช ้ปราณวิญญาณทาให้อีกฝ่ ายแสดงฝีมือได้ เจ้ารับหน้าที่ แค่ล้มเขาก็พอ”
ทั้งสองมองหน้ากัน จางรั่วรั่วเตือนขึ้นเสียงเบา “รักษาตนเองด้วย นะ”
หวังหลานยิ้มตอบ