วสินะ
……
“คุณเฝ่ย จำฉันได้ไหม? คุณช่วยชีวิตฉันไว้บนถนนเมื่อคราวก่อน!”
เมื่อหลินหมินเฟิงเห็นเฝ่ยไป๋ลู่ออกมาจากห้องผู้ป่วย เขาก็เข้ามาทักทายเธออย่างตื่นเต้นทันที “ฉันย้ายมาอยู่ห้องผู้ป่วยข้าง ๆ พ่อแม่คุณพราะอยากเจอคุณอีก!”
เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้าเล็กน้อย “ผู้อาวุโสหน้าตาดูดีขึ้นแล้ว ขอเพียงต่อไปพักผ่อนให้เพียงพอ คิดว่าความเจ็บป่วยนี้จะไม่ก่อความเสียหายร้ายแรงต่อร่างกาย”
หลายวันมานี้ หลินหมินเฟิงได้ยินคำพูดคล้ายกันนี้บ่อย ๆ
แต่ครั้งนี้เขามีลางสังหรณ์ที่อธิบายไม่ได้ว่าเฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้ประจบประแจงเหมือนคนอื่น ๆ แต่กำลังพูดความจริง
ใคร ๆ ก็ชอบฟังคำพูดดี ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดของผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต ใบหน้าของหลินหมินเฟิงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณคุณเฝ่ยมากสำหรับคำพูดมงคล”
“ครั้งก่อนรีบมาก ฉันเลยรู้สึกเกรงใจมาตลอดที่ไม่ได้เตรียมของขวัญขอบคุณให้เธอ” ใบหน้าเขาจริงใจ “ฉันอยากจะเชิญคุณเฝ่ยไปทานอาหารที่บ้าน ครอบครัวของเราอยากแสดงความขอบคุณต่อคุณ”
พอพูดจบแล้ว หลินหมินเฟิงก็เหมือนจะเขินอายเล็กน้อย “ขณะเดียวกัน ฉันก็มีคำขอที่อวดดีของตัวเองด้วย ฉันอยากหารือกับคุณเฝ่ย ตอนที่คุณช่วยชีวิตฉัน เหมือนคุณเฝ่ยจะใช้เทคนิคการนวดแบบพิเศษ เลยอยากถามว่าตอนนี้คุณเฝ่ยทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลการแพทย์แผนจีนที่ไหน? และยินดีจะเปลี่ยนงานมาเป็นแพทย์ส่วนตัวของฉันไหม…?”
ตอนนั้นเขากึ่งหลับกึ่งตื่น แต่ก็รู้สึกได้ถึงกระแสพลังงาน