โสผู้หนึ่งเอ่ยอย่างนอบน้อม
“กาลก่อน เจ้านิกายผู้นี้ขอให้พวกเจ้าส่งทรัพยากรมาก็เพื่อจะได้ซื้อโอสถ แต่พวกเจ้าไม่ฟังข้า หากเจ้านิกายผู้นี้มิได้กลับมาเร็วกระทั่งอาวุธวิเศษเหล่านี้ พวกเจ้าก็อาจซื้อกันไม่ได้ด้วยซ ้า”
เจียงผิงอันชำเลืองมองคนทั้งหลาย
ผู้อาวุโสเหล่านั้นล้วนละอายและเสียใจ
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าเจ้านิกายจะซื้อของเหล่านี้มาได้จริง ๆ
“ซื้อโอสถมิได้หรือ?”
“อีกครึ่งปีค่อยว่ากัน” เจียงผิงอันกล่าว
ทุกผู้ผ่อนหายใจโล่งอก รอแค่ครึ่งปีเอง ขณะนี้โอสถจากสำนักหลอมโอสถต้องรอหลายต่อหลายปี และโอสถระดับสูงต้องรออย่างน้อยร้อยปี
หลังขายของเสร็จ เจียงผิงอันก็กำลังจะกลับ ทว่าจู่ ๆ จี้เฟยก็คว้าแขนเจียงผิงอันไว้
นางเสียความติดเล่นในกาลก่อนไป ใบหน้าจิ้งจอกของนางเจือความรู้สึกงามสง่ามั่นคง
“จะทำอะไร? อยากจะสั่งซื้อโอสถหรือ?” เจียงผิงอันถาม
“เปล่า ข้าอยากถามว่า… เจ้านิกายชอบบุตรสาวหรือไม่?” จี้เฟยถามอย่างลังเล เส้นผมสองสามปอยบดบังสายตาอันค่อนข้างเลื่อนลอยผิดปกติเอาไว้
“พูดอะไรไม่รู้เรื่อง”
เจียงผิงอันคร้านจะพูดมากกับสตรีผู้บีบบังคับเขาผู้นี้ และจรจากไปทันที
จี้เฟยโมโหจนอยากกระทืบเท้า ในเมื่อเขาเกลียดนางนัก ชายผู้นี้ก็อย่าได้รู้เลยตลอดชาติว่าเขามีบุตรสาว!
เจียงผิงอันเคลื่อนย้ายกลับมายังภพบุกเบิก เดินเข้าโถงภารกิจและสุ่มเลือกร้านโอสถมาหนึ่งร้าน
“เถ้าแก่ ซื้อโอสถหน่อย”
โครม!
เถ้าแก่ผู้นอนบนเก้าอี้โยกตกเก้าอี้