อาวุโสอู๋เฟยอวี่พูดรัวเร็ว “ให้พวกเขารออีกหน่อยมิได้หรือ? ในหนึ่งเดือน เจ้านิกายจะกลับมา ถึงยามนั้น เราก็รอดูได้ว่าเจ้านิกายเอาทรัพยากรกลับมาได้หรือไม่”
มั่วชงร้อนใจขึ้นมายามได้ยินคำว่า ‘เจ้านิกาย’
“พวกเจ้าสมงสมองไปหมดแล้ว ขุมกำลังหลอมโอสถและตีอาวุธขนาดใหญ่ที่สุดยุ่งหัวปั่นเช่นนี้ เจียงผิงอันจะมีช่องทางอะไรได้? ต่อให้มี จะได้ทรัพยากรดี ๆ อะไร?”
“ยามนี้ ขุมกำลังหลักต่าง ๆ ล้วนกักตุนทรัพยากร อาวุธวิเศษและโอสถล ้าค่าบางส่วนของสองขุมกำลังใหญ่ถูกจองไปจนต้องรอ
เป็นร้อยปี หากยืดเวลาไปกว่านี้ เรานิกายเทวมารจะได้ทรัพยากรดี ๆอีกหรือ?”
“ทั้งสำนักหลอมโอสถและสำนักต้วนเซียนล้วนบอกว่า ภายในสามวัน หากไม่ส่งทรัพยากรให้ พวกเขาจะไม่ร่วมมือกับเรานิกายเทวมารอีกต่อไป”
“ยามนี้ ทุกท่านว่ามาเถิด จะรอเจียงผิงอันหรือจะส่งทรัพยากรให้สองสำนักทันที”
ได้ยินเช่นนี้ ผู้อาวุโสทั้งหลายในห้องก็ดูร้อนใจเล็กน้อย
แม้นิกายเทวมารก็มีผู้อาวุโสฝ่ายหลอมยาและตีอาวุธ ทรัพยากรหลัก ๆ ก็ยังต้องซื้อจากภายนอกอยู่ดี
หากพวกเขาเสียการสนับสนุนจากขุมกำลังหลอมโอสถและตีอาวุธขนาดใหญ่ที่สุดไป พวกเขานิกายเทวมารยิ้มไม่ออกแน่
เมื่อสงครามใหญ่เปิดฉาก หากไม่มีโอสถและอาวุธสนับสนุนอย่างเพียงพอ พวกเขานิกายเทวมารก็ย่อมมิพ้นอันตราย
ผู้อาวุโสทั้งหลายคาดไว้ว่าเจ้านิกายจะหาช่องทางนำทรัพยากรกลับมาได้ แต่ไร้ผู้ใดทราบว่าเจ้านิกายจะนำทรัพยากรกลับมาได้จริงหรื