อไม่
พวกเขามิอาจนำนิกายเทวมารมาเดิมพันได้
มั่วชงเห็นสีหน้าท่าทีร้อนใจของเหล่าผู้อาวุโส ในใจก็ยิ้มเย้ยอย่างภาคภูมิ
การสร้างความรู้สึกวิกฤติเป็นวิธีทำเงินที่ดีเสมอมา
เหตุที่สำนักหลอมโอสถและสำนักต้วนเซียนมาเร่งกันเช่นนี้ ก็เพราะมั่วชงจงใจขอให้พวกเขาปริปาก
สองฝ่ายร่วมมือ ทรัพยากรล้านกฎเกณฑ์นี้จะไปไหนเสีย ทุกฝ่ายล้วนได้ผลประโยชน์
“ยามนี้ ขอเริ่มลงนามเลยว่าจะใช้จ่ายทรัพยากรล้านกฎเกณฑ์นี้หรือไม่”
มั่วชงหันไปกล่าวกับผู้อาวุโสทั้งหลาย
ผู้อาวุโสมากมายชำเลืองกันแล้วถอนใจอย่างอับจน
“ยามนี้ ปลอดภัยไว้ก่อนจะดีกว่า”
“ข้าเห็นด้วย สถานการณ์ทางฝ่ายเจ้านิกายไม่แน่นอน ความเป็นไปได้ที่จะพบช่องทางใหม่ก็ไม่สูง สู้ถนอมสำนักหลอมโอสถกับสำนักต้วนเซียนไว้ก่อนดีกว่า”
“ข้าเห็นด้วย”
ผู้อาวุโสมากมายต่างออกความเห็น ท้ายที่สุดก็เหลือเพียงจี้เฟยที่ไม่พูดอะไร
“ข้าเชื่อว่าเจ้านิกายจะสร้างปาฏิหาริย์ได้ สู้รอคิดหาทางยื้อไปอีกสักเดือนจะดีที่สุด หากเจ้านิกายทำสำเร็จจริง ๆ ก็จะเป็นเรื่องดีสำหรับนิกายเทวมาร”
จี้เฟยไม่รู้ว่านางเชื่อเจียงผิงอันเพราะอะไร แต่นางก็เชื่อเขาอย่างอธิบายไม่ถูก
สีหน้าของมั่วชงเหยียดหยาม “ปาฏิหาริย์? ข้าเชื่อก็แต่ข้อเท็จจริงเท่านั้นแหละ”
“สัจธรรมคือทั่วทั้งโลกหล้าผู้ฝึกตน ไร้ที่ใดหลอมโอสถ ตีอาวุธได้ดีไปกว่าสำนักหลอมโอสถและสำนักต้วนเซียนแล้ว”
“แต่ถึงเจ้าจะไม่ลงนาม ก็ไม่กระทบผลลัพธ์อยู่ดี หากผู้อาวุโสแป