ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับเบาๆ จากนั้นก็หันไปมองชายวัยกลาง “และถ้าหากเจาถามว่าตอนนี้ข้าอยากเอาเรื่องพวกเจ้าหรือไม่…ข้าตอบได้ทันทีว่าใช่ ข้าอากเอาเรื่องพวกเจ้า พวกเราไปหาที่สะสางกันเลยดีหรือไม่? หรือพวกเจ้าสะดวกตรงนี้ก็เข้ามาพร้อมๆกันได้เลย…”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวท้ามา ด้วยรอยยิ้มลี้ลับที่ยกแสยะขึ้นที่มุมปากนั่น ก็ทำให้ชายวัยกลางคนเร่งโบกมือไปมาเร็วรี่ ยังรีบกล่าวออกมาด้วยสีหน้าข่มขื่นคล้ายอับจนหนทาง “ศิษย์น้องต้วน…ข้า…ข้าแค่ล้อเจ้าเล่นหน่อยเดียวเอง เจ้าอย่าได้ยึดถือมันเป็นจริงจังนักสิ…”
“ในเขตที่พักศิษย์สายในนิกายหมอกเร้นลับเรา บ้านพักหลังใดหากไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่จนเต็มไปด้วยหยากไยย่ไรฝุ่น ไม่ว่าผู้ใดก็สามารถเข้ามาพักอาศัยได้…บ้านศิลาหลังนี้ของเจ้า ไม่ว่ามื่อก่อนจะเป็นผู้ใดอาศัยอยู่ แต่ในเมื่อมันว่างมานานแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็สามารถพักที่นี่ได้ และไม่มีใครมีสิทธิ์มาขับไล่เจ้าไป…”
ชายวัยกลางคนเร่งกล่าว
“อ้อ? จริงรึ?”
ต้วนหลิงเทียนมองลึกไปทางชายวัยกลางคน
“จริงๆๆ”
ชายวัยกลางคนเร่งกล่าวตอบด้วยใจกังวล ตอนนี้มันแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ ยังรีบหันไปกล่าวคำกับชายหนุ่มข้างๆ “เจ้ายังยืนเซ่ออยู่ได้ ไม่รีบเป็นพยานให้ข้าอีก!” “ใช่ๆ ศิษย์น้องต้วน พวกเรากลัวเจ้าที่พึ่งมาใหม่เหงา ก็เลยมาล้อเจ้าเล่น…”
จังหวะนี้ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่เอาแต่อึ้งอีก เร่งกล่าวคำออกมาด้วยรอยยิ้มฝืนๆ