เจดีย์หลังนี้ตั้งอยู่ในจวนหลังใหญ่หลังหนึ่ง กล่าวให้ถูกคือมันตั้งอยู่ในสวนหลังจวน พื้นที่บริเวณนี้ร่มรื่นนักมีไม่ใหญ่ปลูกเรียงรายเป็นแนว กระทั่งล่าต้นยังสูงตระหง่านปานจะทิ่มแทงทะลุฟ้า ต้วนหลิงเทียนที่มองชมด้วยความสนใจ ก็ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นต้นไม้อะไร
และเจดีย์หลังจวนดังกล่าว ความสูงของมันก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าต้นไม้เลย กระทั่งหลังเห็นร่างติดตามอวี่เชียนซานขึ้นมายยังยอดเจดีย์ที่มีลักษณะเป็นศาลา 8 เหลี่ยมเปิดโล่ง ต้วนหลิงเทียนจึงพบว่าความสูงของเจดีย์หลังนี้ที่แท้สูงกว่าต้นไม้ทั้งหลายเสียอีก ทั้งศาลาพุ่งทะลุเมฆขึ้นมาเรียบร้อย ทําให้บรรยากาศในศาลาเต็มไปด้วยม่านเมฆ เย็นสบายนัก
“ท่านคณบดี ข้าพาต้วนหลิงเทียนมาแล้ว”
เมื่ออว์เชียนซานพาต้วนหลิงเทียนมาหยุดลงกลางหาวเหนือศาลาบนยอดเจดีย์ มันก็กล่าวค่ากับศาลาเบื้องหน้าด้วยน้ําเสียงสุภาพ
ต้วนหลิงเทียนที่มองเข้าไปในศาลา ก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย เพราะเขาเห็นก็แต่ศาลาโล่งๆไร้ผู้คน
อย่างไรก็ตามในขณะที่เขาคิดว่าไหนล่ะผู้คน ความว่างเปล่าในศาลาก็เริ่มกระเพื่อม จากนั้นก็ปรากฏร่างหนึ่งก้าวเดินออกมา
เป็นชายวัยกลางคนอันมีลักษณะท่วงท่าสง่างาม มาในชุดคลุมสีขาวราวหิมะ ใบหน้าแลดูหล่อเหลาเอาการ เส้นดําขลับยาวสลวยทอดไปด้านหลังปานม่านน้ําตก คนยืนตระหง่านสองมือไพร่หลังปานนักปราชญ์ทรงภูมิ
“เจ้าลงไปก่อน”