แทบจะพอดีกับที่เสียงผ่านพลังของติงเหยียนดังจบคํา จังเฮ่อเหลียง ก็มองสบตาตัวนหลิงเทียนพลางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าน้ําเสียงจริงจัง “ตัวนหลิงเทียน ข้าได้รับมอบหมายจากตระกูลจังให้มายื่นข้อเสนอแก่เจ้า…ตราบใดที่เจ้ายินดีเข้าร่วมตระกูลจังของพวกเราในฐานะสาวกต่างแซ่ รวมถึงสาบานกับเลือดมารหัวใจว่า จะจงรักภักดีต่อตระกูลจังเราชั่วชีวิต ตระกูลจังของพวกเราก็จะลืมเลือนเรื่องราวความบาดหมางระหว่างนายน้อยกับเจ้าไปเสีย!”
“หาไม่แล้ว…”
แม้จังเฮ่อเหลียงจะจงใจพูดไม่จบประโยค แต่นเสียงของมันก็ไม่ขาดการข่มขู่แม้แต่น้อย
ไม่ว่าใครก็พอเดาได้ว่ามันจะพูดอะไรต่อ
“หาไม่แล้ว ตระกูลจังของพวกเจ้าจะทําไม?”
ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองจึงเฮ่อเหลียงอย่างไม่แยแส ขณะกล่าวมุมปากยังยกยิ้มแสยะเล็กน้อย “หรือพวกเจ้าตระกูลจังคิดจะฆ่าข้าให้ได้? และต้นตอทั้งหมดก็เพียงเพราะข้าแย่งหอพักจังเค่อฉี…โดยที่ข้าทําตามกฏการชิงหอพักของสถานศึกษาหมอกเร้นลับทุกอย่าง? นี่ตระกูลจังของพวกเจ้าแพ้ไม่เป็นถึงขั้นคิดเล็กคิดน้อยเยี่ยง สตรีใจแคบเชียว?”
“ต้วนหลิงเทียน! ข้ารู้ว่าพรสวรรค์กับความเข้าใจของเจ้ามันยอดเยี่ยม…แต่ข้าจะแนะนําอะไรเจ้าสักอย่าง เพียงประพฤติตัวเป็นผู้ฉลาดรู้สถานการณ์เถอะ…”
จังเฮ่อเหลียงส่ายหัวไปมา “นี่เป็นคําแนะนําส่วนตัวของข้าคนเดียว…”