จากนั้นมันก็หันไปมองร่างชายหนุ่มชุดม่วงที่หน้าไม่คุ้นรอบหนึ่ง ค่อยหันไปมองถามซูเฟิงหยางด้านข้าง “อาจารย์ซู เจ้านี่คือต้วนหลิงเทียนงั้นหรือ?”
ด้านต้วนหลิงเทียนเอง ก็หันไปมองสำรวจชายหนุ่มที่พึ่งเปิดประตูออกมาเช่นกัน
เขาย่อมรู้ได้ว่าชายหนุ่มคนนี้สมควรชื่อ ติงเหยียน และเป็นคู่ต่อสู้ที่ซูเฟิงหยางเลือกให้เขา
ติงเหยียน มีรูปร่างใหญ่โต คนสูงเกือบ 2 หมี่ มาในชุดคลุมสีแดงเลือดนก ใบหน้าแลดูแน่วแน่ดุดัน หว่างคิ้วไม่ขาดความหยิ่งผยองถือดี ยังแลดูดุร้ายปานโมโหตลอดเวลา เพียงยืนอยู่ตรงนั้นเฉยๆก็ให้ความรู้สึกเสมือนหอคอยเหล็ก กลิ่นอายทั่วร่างให้ความรู้สึกร้อนลวก ราวกับทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอร้อน
ติงเหยียนนั้นเชี่ยวชาญกฏแห่งไฟ
ระหว่างทาง หลิวจิน ก็ได้ส่งเสียงผ่านพัลงบอกเรื่องนี้ให้ต้วนหลิงเทียนทราบไว้แต่แรก
“อืม”
ซูเฟิงหยางพยักหน้ารับคำ ค่อยพูดเข้าเรื่องทันที “ติงเหยียน เจ้าเองก็สมควรรู้กฏดี เช่นนั้นข้าจะไม่พูดมาก เมื่อเจ้าออกมาแล้ว เช่นนั้นก็กำหนดเวลาเลยเถอะ”
“ไม่จำเป็น”
ติงเหยียนส่ายหัวไปมา “อาจารย์ซูอุตส่าห์มาเองทั้งที ข้าคงไม่คิดรบกวนให้ท่านลำบากถ่อมาอีกรอบ…เป็นตอนนี้เลยเถอะ”
“ข้าเองก็คันไม้คันมือนัก ไม่ได้ขยับแข้งขยับขานานแล้ว!”